การขาดแคลน “ยาเรมเดซิเวียร์” ซึ่งเป็นยาเพียงชนิดเดียวที่องค์การอาหาร

ในขณะที่เชื้อไวรัสโคโรนาสายพันธุ์ใหม่ ต้นเหตุของโรค โควิด-19 แพร่ระบาดทั่วสหรัฐอเมริกา ส่งผลให้หลายพื้นที่ต้องเผชิญกับคลื่นการระบาดระลอกใหม่ ขณะเดียวกัน บางรัฐก็มีจำนวนผู้ติดเชื้อลดลง ทว่าปัญหาสำคัญที่เกิดขึ้นในขณะนี้ คือการขาดแคลน “ยาเรมเดซิเวียร์” ซึ่งเป็นยาเพียงชนิดเดียวที่องค์การอาหารและยาของสหรัฐอเมริกา หรือ FDA อนุมัติให้ใช้ในการรักษาโรคโควิด-19 เนื่องจากไม่มีกลไกในการส่งต่อและแบ่งปันยาไปสู่โรงพยาบาลในพื้นที่ที่มีการระบาดหนัก และจำเป็นต้องได้รับยามากที่สุด

แม้ว่ารัฐบาลกลางจะพยายามดูแลเรื่องการแจกจ่ายยาเรมเดซิเวียร์ แต่ ดร.เอเลียต โกดอฟสกี จากเซาท์ฟลอริดา ซึ่งเป็นพื้นที่ที่มีการระบาดของโรคโควิด-19 อย่างหนัก และ ดร.คาเมรอน วูลฟ์ จากนอร์ทแคโรไลนา รวมถึงแพทย์คนอื่นๆ ต่างเห็นตรงกันว่าระบบแจกจ่ายยาจำเป็นต้องได้รับการ “ยกเครื่อง” ใหม่ เนื่องจากโรงพยาบาลหลายแห่งที่ไม่มีความจำเป็นต้องใช้ยาเรมเดซิเวียร์ ไม่สามารถส่งยาให้กับโรงพยาบาลที่ต้องการยาได้

เมื่อวันที่ 10 กรกฎาคม โฆษกของกระทรวงสุขภาพและบริการมนุษย์สหรัฐฯ หรือ HHS กล่าวกับ CNN ว่า ในช่วงสัปดาห์ที่จะถึงนี้ การแจกจ่ายยาเรมเดซิเวียร์ให้แก่รัฐต่างๆ จะเน้นที่พื้นที่ที่มีจำนวนผู้ป่วยเพิ่มขึ้นล่าสุด โดยบริษัทที่รับผิดชอบการแจกจ่ายยาเรมเดซิเวียร์ จะติดต่อโรงพยาบาลแต่ละแห่ง เพื่อยืนยันว่าต้องการยาจริงๆ พร้อมทั้งให้คำมั่นว่าจะกระจายยาอย่างเป็นธรรมและมีประสิทธิภาพ ตามเป้าหมายที่จะเข้าถึงผู้ป่วยทั่วสหรัฐฯ ให้ได้มากที่สุดเท่าที่จะเป็นไปได้

นอกจากนี้ HHS ยังระบุว่า จะมีการใช้ข้อมูลจาก 3 ระบบ ในการแจกจ่ายยาเรมเดซิเวียร์ ได้แก่ เครือข่ายความปลอดภัยด้านสุขภาพ ของศูนย์ควบคุมและป้องกันโรคของสหรัฐฯ หรือ CDC ระบบ HHS Protect และระบบ Teletracking ของบริษัทเอกชน ทว่ายังไม่มีการระบุว่าจะใช้ข้อมูลอะไร และจะแจกจ่ายยาอย่างได้สัดส่วนได้อย่างไร

อ่านต่อ

ใส่ความเห็น

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น ช่องข้อมูลจำเป็นถูกทำเครื่องหมาย *