นักวิจัยชี้ “หมีขั้วโลก” จะสูญพันธุ์ช่วงปลายศตวรรษ เนื่องจาก “ภาวะโลกร้อน”

งานวิจัยชิ้นใหม่ ที่ได้รับการเผยแพร่เมื่อวันจันทร์ที่ผ่านมา ระบุว่า “หมีขั้วโลก” มีแนวโน้มที่จะสูญพันธุ์ ในช่วงปลายศตวรรษนี้ หากการปล่อยก๊าซเรือนกระจกยังมีปริมาณเพิ่มขึ้น แม้นักวิทยาศาสร์จะคาดการณ์ว่า หมีขั้วโลกกำลังกับปัญหาการสูญพันธุ์ เนื่องจากอากาศของโลกที่ร้อนขึ้น แต่งานวิจัยชิ้นล่าสุดถือเป็นงานวิจัยชิ้นแรกที่สามารถบอกช่วงเวลาและสถานที่ที่หมีขั้วโลกจะสูญพันธุ์ได้

หมีขั้วโลกใช้แผ่นน้ำแข็งกลางทะเลเพื่อล่าแมวน้ำเป็นอาหาร แต่เมื่ออุณหภูมิของโลกเพิ่มสูงขึ้น แผ่นน้ำแข็งจึงค่อยๆ หายไป ส่งผลให้โอกาสในการล่าแมวน้ำของหมีขั้วโลกลดลงไปด้วย งานวิจัยค้นพบว่า การลดลงของแผ่นน้ำแข็งส่งผลให้ประชากรหมีขั้วโลกมีจำนวนลดลง และหากอัตราการปล่อยปล่อยก๊าซเรือนกระจกยังคงมีปริมาณเท่าเดิม หมีขั้วโลกที่อาศัยอยู่บริเวณเกาะควีนเอลิซาเบธ ในกลุ่มเกาะอาร์กติก ประเทศแคนาดา เท่านั้น ที่จะมีชีวิตรอดไปถึงช่วงปลายศตวรรษ อย่างไรก็ตาม แม้ว่าการปล่อยก๊าซเรือนกระจกจะลดน้อยลง แผ่นน้ำแข็งในทะเลยังจะละลายอย่างต่อเนื่อง เพราะระดับของก๊าซคาร์บอนที่ลอยอยู่ในอากาศ ซึ่งจะนำไปสู่จำนวนประชากรหมีขั้วโลกที่ลดลง โดยเฉพาะในบริเวณอาร์กติกตอนใต้

นักวิจัยทำการศึกษา หมีขั้วโลก 13 ชนิดจากทั้งหมด 19 ชนิดทั่วโลก ซึ่งถือเป็นจำนวนประชากรหมีขั้วโลกกว่า 80 เปอร์เซ็นต์ จากนั้นจึงคาดการณ์ระยะเวลาที่หมีขั้วโลกสามารถอดอาหาร ก่อนที่พวกมันจะสามารถผสมพันธุ์กันได้ และเทียบเคียงกับจำนวนวันที่แผ่นน้ำแข็งจะละลายทั้งหมดในอนาคต ผลการศึกษาที่ได้ ชี้ว่า ภายในปี 2040 ประชากรหมีขั้วโลกที่อาศัยอยู่ทางตอนใต้ของอ่าวฮุสตันและช่องแคบเดวิส ในประเทศแคนาดา จะประสบปัญหาสมรรถภาพการสืบพันธุ์ และภายในปี 2080 ประชากรหมีขั้วโลกทั้งหมดจะได้รับผลกระทบ

อ่านต่อ

ใส่ความเห็น

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น ช่องข้อมูลจำเป็นถูกทำเครื่องหมาย *