พระพยอม เตือนสติ พระอ้างรู้วันละสังขารลูกศิษย์ สร้างโลงแก้วรอ

พระพยอม เตือนสติ พระสำนักสงฆ์อ้างรู้วันละสังขารลูกศิษย์ สร้างโลงแก้วรอ ชี้เป็นศาสนาเนื้องอก ไม่เกิดคุณเกิดประโยชน์ต่อพระศาสนา

เมื่อเวลา 14.30 น.(28 ต.ค.64)ที่ลานบัววัดสวนแก้ว ต.บางเลน อ.บางใหญ่ จ.นนทบุรี ผู้สื่อข่าวเดินทางเข้าพบพระราชธรรมนิเทศหรือพระพยอมกัลยาโณ เจ้าอาวาสวัดสวนแก้ว เพื่อสอบถามความคิดเห็นถึง กรณีที่ลูกชายร้องสื่อว่า พระอุตริหลอกแม่ให้รู้วันตาย สร้างโลงแก้วรอเพื่อละสังขาร ในวันที่ 30 ต.ค.64 เวลา 08.00 น.โดยลูกชายเกรงว่าแม่จะถูกวางยาซ้ำแม่ยังนำเงินเก็บเกือบ300,000บาทไปบริจาคให้สำนักสงฆ์แห่งหนึ่งที่จ.อุดรธานี

พระราชธรรมนิเทศ กล่าวว่า การละสังขารหมายถึงการรู้ว่าวาระอายุขัยหมดแล้วอยู่ไปก็ไร้ประโยชน์ตัวอย่างหลวงพ่อพุทธทาสท่านไม่ได้รู้วันเวลาแบบนี้ท่านรู้แต่ว่าสังขารไม่ไหวจะต้องไปจึงได้เรียกลูกศิษย์มาคืนกุญแจและสั่งเสียเพื่อเตรียมตัวตายจากนั้นท่านก็จากไปด้วยความสงบส่วนกรณีอื่นก็มีบ้างที่พระนั่งละสังขาร ส่วนที่จะกำหนดวันเวลานั้นมันเกิดเหตุไป คนเราเมื่ออายุขัยหมดแล้วก็ต้องปลงอยู่ไปก็ไร้ ประโยชน์ เช่นคนที่ป่วยติดเตียงบางคนคิดว่าอยู่ไปก็เดือดร้อนคนอื่น

พระราชธรรมนิเทศกล่าวต่อว่าในทางศาสนาพุทธคนที่ปฏิบัติธรรมจนรู้วันเวลาละสังขารได้เลยนั้นมีน้อยมากล้านคนจะมี 1 คน หรือแทบจะหาไม่ได้เลยแต่ที่เตรียมตัวตายนั้นมีถ้าลูกชายสงสัยว่าทางวัดหลอกเอาเงินบริจาคของแม่นั่นก็เป็นไปได้มีบางแห่งทำพฤติกรรมแบบนี้และที่สงสัยว่าแม่จะถูกวางยาวันที่ตายก็ตรวจชันสูตรศพแม่เพื่อพิสูจน์ว่ามีสารพิษหรือไม่ถ้าไม่มีก็ปล่อยท่านไปการกำหนดว่าสามารถละสังขารได้ก็มีบ้างแต่เป็นการปลงใจมากกว่าว่าอยู่ไปก็ไร้ประโยชน์ การสอนลูกสาวให้ละสังขารด้วยถือว่าผิดหลัก ไม่มีในพระไตรปิฎก ลูกอายุยังน้อยยังมีอายุขัยอีกนาน ไปรู้ได้อย่างไรว่าวาระลูกเขาหมดแค่นั้น

พระราชธรรมนิเทศ เตือนสำนักสงฆ์และวัดต่างๆว่าให้อยู่กับหลักเกณฑ์ที่ตามคำสอนของพระไตรปิฎกอย่าสอนให้เป็นฤทธิ์จนชาวบ้านที่ไปประพฤติพลัดหลักคำสอนการทำให้ชาวบ้านไปคลำหาฤทธิ์จนไม่ถูกทิศถูกทาง เพราะฉะนั้นให้สอนให้อยู่ในทางเรื่องอริยะสัจ4ศีลสมาธิปัญญาตามคำสอนขอศาสนาอย่าเอาเรื่องลึกลับปฏิหาริย์มาเจือปนมันเป็นเนื้องอกอย่าให้มีศาสนาเนื้องอกพวกนี้เลยมันไม่เกิดคุณเกิดประโยชน์ต่อพระศาสนาและศาสนิกชนรวมทั้งตัวผู้สอนเอง

“พระพยอม” อนาถใจ พระลดตัวไปกราบ “ยันตระ” เชื่อกลับไทยมาเช็กเรตติ้ง

“พระพยอม” ฝากไว้ให้คิด “อดีตพระยันตระ” เป็นใคร? ถึงให้พระไปกราบไหว้ แฉในอดีตเคยมาวัดสวนแก้ว เที่ยวกลางคืนหนักจนตื่นมาบิณฑบาตรไม่ไหว

จากกรณีหลังจากมีภาพของ นายวินัย ละอองสุวรรณหรืออดีตพระยันตระอมโรภิกขุเดินทางกลับมาถึงประเทศไทยเเละได้ทำพิธีฉลองวันเกิดอายุครบรอบ70ปีโดยมีพระสงฆ์แม่ชีลูกศิษย์และประชาชนแห่เข้ามากราบไหว้ด้วยความศรัทธาเป็นจำนวนมาก

ล่าสุด วานนี้ (21 ต.ค.) เมื่อเวลา 17.00 น.ผู้สื่อข่าวได้เดินทางไปที่วัดสวนแก้วตำบลบางเลนอำเภอบางใหญ่จังหวัดนนทบุรีเพื่อสอบถามกรณีดังกล่าวกับทางพระพยอมกัลยาโณเจ้าอาวาสวัดสวนแก้ว

พระพยอมกล่าวว่าให้ทุกคนคิดดูว่าเขาเป็นใครถึงให้พระไปกราบไหว้แต่เมืองไทยแยกแยะลำบากซึ่งรายนี้ก็ไม่ใช่รายแรกการแยกแยะเป็นเรื่องสำคัญซึ่งเขาไม่ได้เข้าพรรษาศาสนาไม่นับถือเราจะไปกราบไหว้อะไรเขาต้องมีการเคารพประเพณีการกราบไหว้บูชาผู้ควรบูชาอย่าส่งเสริม พระที่ทำไม่ดียังบูชา พระท่านยังบอกให้ตำหนิคนชั่ว ยกย่องคนดี

แต่พระที่ไปกราบไหว้เขาดันลดตัวลงไปเป็นเรื่องที่มองแล้วอนาถใจที่บอกว่าตนเป็นนักบวชอยากถามว่าศาสนาไหนลัทธิไหนถ้าไม่ถือพรรษาจะบอกเป็นพระสายไหน ต้องระบุให้ชัดเจน ยันตระนี่ชอบเป็นหลายอย่าง เป็นฤๅษีบ้าง เป็นพราหมณ์บ้าง หรือบอกว่ามาจากเนปาล

ครั้งนี้ที่เขากลับมาอาจจะมาเรียกเรดติ้งเพราะแต่ก่อนนี้ผู้หญิงเดินตามเขากันเยอะเพราะเขาหล่อและเคยมาที่วัด2ครั้งมีคนทำบุญเยอะมากเป็นความจูงใจศรัทธาเพราะที่วัดตนไม่เคยมีใครมาใส่บาตรเกิน 1-2 หมื่นคน ตอนยันตระมามีประมาณ 2 หมื่นตนเป็นคนเปิดประเด็นเรื่องนี้ เพราะทั้งหมดหลุดไปจากที่วัด

ซึ่งตอนที่เขามาที่วัด10โมงแล้วยังไม่ตื่นมาบิณฑบาตรบอกว่านั่งสมาธิแต่มีลูกศิษย์วัดคนนึงบอกว่ากลางคืนไปเที่ยวมาเลยเช้าตื่นไม่ไหวตนจึงตัดปัญหาว่าคราวหลังไม่ให้มาแล้ว มีโยมเข้ามาด่าว่าตนอคติ ตนจะอคติได้อย่างไร เพราะเขามาที่วัดตั้ง 2 ครั้ง

2 พส. เข้ากราบนมัสการ “พระพยอม” แนะโอวาทธรรม “ใครว่าร้าย ให้หนักแน่น”

จากกระแสของ 2 พส. พระชื่อดังพระมหาไพรวัลย์วรวณฺโณและพระมหาสมปองตาลปุตฺโตสองพระนักเทศน์แห่งวัดสร้อยทองที่ไลฟ์สอนธรรมะทางออนไลน์ด้วยบรรยากาศสนุกสนานขำขันพร้อมสอดแทรกสาระ ธรรมะ และแนวทางในการดำเนินชีวิต จนมีผู้เข้าชมไลฟ์ต่อเนื่องวันละกว่าแสนคนตลอดหลายวันที่ผ่านมา ล่าสุดในเฟซบุ๊ก พระมหาไพรวัลย์ วรวณฺโณ ได้โพสต์ภาพขณะ 2 พส.เข้ากราบนมัสการ และขอโอวาทธรรมจาก เจ้าคุณอาจารย์พระราชธรรมนิเทศ (พระพยอม กลฺยาโณ) ครูบาอาจารย์ผู้เป็นแบบอย่างในการเผยแผ่หลักธรรมคำสอน

โดยเมื่อวานนี้ผู้สื่อข่าวเดินทางไปที่วัดสวนแก้ว ต.บางเลน อ.บางใหญ่ จ.นนทบุรี เพื่อสอบถามกรณีดังกล่าวกับทางพระพยอมกัลฺยาโณเปิดเผยว่าวานนี้พระมหาสมปองและพระมหาไพรวัลย์ได้เข้ามาเยี่ยมมาหามีสิ่งสำคัญ 3 เรื่องคือ

  • คือเข้ามาดูของบริจาคภายในวัด เพื่อจะขอนำไปบริจาต่อให้นักเรียนได้ใช้
  • เข้ามากราบนมัสการ พร้อมขอบคุณที่พระพยอม กล่าวชื่นชม ไม่ว่าร้ายเรื่องไลฟ์สอนธรรมะ
  • เข้ามาเยี่ยมชม วัดสวนแก้ว ทั้งน้ำตกและสวนผลไม้ เพราะท่านทั้งสองจะนำไปปรับใช้ทำต่อที่วัดสร้อยทอง

พระพยอมเผยอีกว่าได้แนะนำท่านทั้งสองว่าให้หนักแน่นใครจะว่าหรือตำหนิอะไรอย่าไปตอบโต้อาตมาเคยผ่านมาก่อนถูกโจมตีมาเยอะจึงถ่ายทอดบทเรียนว่าใครติเตียนให้คิดว่าเขาชี้ทางขุมทรัพย์ให้เราซึ่งท่านทั้งสองเห็นอาตมาเป็นไอดอล เหมือนกับคำที่พูดว่า”ถึงจะไม่ใช่เบอร์ดี้แต่ก็เป็นที่หนึ่งในใจคุณ”ท่านเข้ามาวันนี้ก็มาหากิจกรรมทำพิ่มเติมซึ่งวันนี้ไปคุมงานอยู่ภายในสวนทำให้ดินเปรอะเลอะปลายจีวร ท่านทั้งสองจับจีวรที่เลอะแล้วก้มกราบ แต่ปกติแล้วก็จะเข้าสวนทุกวัน จีวรเปื้อนทุกวันอยู่แล้ว กว่าจะออกมาแต่ละวันก็ฟ้ามืด วันนี้ก็รู้สึกปลื้มใจที่ได้แนะนำเรื่องต่างๆให้ท่านทั้งสอง

พระพยอม ออกปากชม พระมหาสมปอง-พระมหาไพรวัลย์ มีที่ไหนคนฟังธรรมะ 2 แสน

พระพยอมชื่นชม พระมหาสมปอง-พระมหาไพรวัลย์ เผยอย่าไปตำหนิอะไรกันมากเลย อาจจะน้ำท่วมทุ่งสนุกสนานเบิกบานไปบ้าง แต่มันก็ดีที่เทศน์แล้วไม่ง่วง

จากกรณีพระชื่อดังพระมหาไพรวัลย์วรวณฺโณพระลูกวัดสร้อยทองที่ไลฟ์สอนธรรมะผ่านเพจเฟซบุ๊ก ด้วยบรรยากาศสนุกสนาน ขำขัน และเต็มไปด้วยศัพท์วัยรุ่น ทำให้ชาวเน็ตโดนใจไปตามๆ กัน และกลายเป็นปรากฏการณ์ใหม่ของวงการสงฆ์ หลังเมื่อคืนที่ผ่านมา (3 ก.ย. 64) พระมหาไพรวัลย์และพระมหาสมปองได้นัดหมายไลฟ์ด้วยกันภายใต้คอนเซปต์ “ดังนั้นจะมาเป็นพส.เหมือนกันไม่ได้ไม่ใครก็ใครจะต้องสู่ขิต”โดยคำว่าพส.นั้นเป็นคำติดปากของวัยรุ่นที่หมายถึง “พี่สาว”หรือ”เพื่อนสาว” แต่ในกรณีนี้ จะหมายถึง “พระสงฆ์” ซึ่งมีคนเข้ามาดูไลฟ์กว่า 2 แสนคน

ผู้สื่อข่าวลงพื้นที่บริเวณวัดสวนแก้วถนนบางกรวยไทรน้อยต.บางเลน อ.บางใหญ่ จ.นนทบุรี พบพระราชธรรมนิเทศ หรือพระพยอมกัลยาโณเจ้าอาวาสวัดสวนแก้วเพื่อสอบถามความคิดเห็นกรณีพระมหาไพรวัลย์และพระมหาสมปองได้นัดหมายกันไลฟ์สดโดยมีการสอนธรรมะไปหัวเราะไป

พระพยอมกล่าวว่าอาตมาเคยเป็นแบบนี้สมัยหนึ่งอาจารย์คึกฤทธิ์ปราโมชคุณสมัครสุนทรเวชท่านอาจารย์พุทธทาสได้เตือนสติอาตมาโดยเฉพาะอาจารย์หม่อมคึกฤทธิ์บอกไม่ศรัทธาเลยที่อาตมาเทศน์แบบนี้เราก็ยังไฟแร ย้อนไปแบบไม่ดีว่าที่บวชมานี่ไม่ได้ให้หม่อมคึกฤทธิ์ท่านมาศรัทธา คุณสมัครบอกว่าอยากให้อาตมาเทศน์แบบสุนทราภรณ์ แบบหลวงพ่อปัญญาบอกอาตมาเทศน์แบบจำอวดมากไป

คนก็ไปถามหลวงพ่อพุทธทาสว่ารู้สึกอย่างไรหลวงพ่อท่านก็พูดดีว่าเรายังไม่เคยเห็นเด็กๆมาฟังธรรมะอย่างจริงจังไม่เคยเห็นพระในประเทศไทยทำได้ ยังแซวอาตมาว่ามาทีหลังแต่แซงหน้าท่านไปแล้ว เพราะเทศน์แบบนี้ แต่ก็ไม่ดีอย่างหนึ่งเรื่องหัวเราะ ตอนนั้นอาตมาหัวเราะมาก ตอนหลังปรับตัวเร็ว แต่กลับมาตำหนิอาตมาว่าเทศน์ไม่สนุกเหมือนก่อน 2ท่านนี้ก็เหมือนกันเมื่ออายุมากขึ้นจะมีสติสมาธิปัญญาจะมากขึ้นตามลำดับคนในเมืองไทยเรามีหลายอย่างคนวัยรุ่นชอบอีกอย่างคนสูงอายุชอบอีกอย่างตอนนี้อาตมาเปลี่ยนแนวไปเป็นวิเคราะห์ตามสื่อตามหนังสือพิมพ์มากกว่า อยากฝากไว้ว่าอย่าไปตำหนิอะไรกันมากเลย เมื่ออายุหรือพรรษามากขึ้นความรู้สึกจะปรับเปลี่ยนไป ยังไงก็ขึ้นตาชั่งแล้วยังได้ประโยชน์ มีที่ไหนคนฟังธรรมะสองแสนคน คนเสิร์ชเป็นล้าน มันอาจจะน้ำท่วมทุ่งสนุกสนานเบิกบานไปบ้าง แต่มันก็ดีที่เทศน์ให้สนุกสนานไม่ใช่เทศน์ให้ง่วง ให้เครียด ให้หลับ

วัดสวนแก้วเดือดร้อน คนงานติดโควิด หลังไปรักษาไส้ติ่งที่ รพ. ล่าสุดทั้งวัดติดเชื้อ 54 คน

ผู้สื่อข่าวเดินทางไปที่วัดสวนแก้วต.บางเลนอ.บางใหญ่จ.นนทบุรีเข้าพบพระราชธรรมนิเทศหรือพระพยอมกัลยาโณเจ้าอาวาสวัดสวนแก้วเพื่อสอบถามข้อมูลหลังทราบว่ามีคำสั่งจากเทศบาลตำบลบางเลนปิดวัดสวนแก้วและส่วนงานภายในวัดที่เกี่ยวข้องให้ผู้ปฏิบัติงานหยุดปฏิบัติงานเป็นการชั่วคราวโดยเด็ดขาด รวมทั้งบังคับให้ปฏิบัติตามมาตรการป้องกันและควบคุมโรวิด-19 ตั้งแต่วันที่ 27 ส.ค ถึงวันที่ 3 ก.ย.64 เพื่อให้ทำความสะอาดพื้นที่ในเขตวัดสวนแก้ว, ดำเนินการพ่นยาฆ่าเชื้อในเขตวัดสวนแก้ว และดำเนินการตรวจหาเชื้อเชิงรุกแก่ผู้ปฏิบัติงานในวัด

จากการลงพื้นที่วัดสวนแก้วพบว่ามีป้ายประกาศห้ามบุคคลภายนอกเข้าหยุดทำความสะอาดตามนโยบายมาตรการภาครัฐถึงวันที่3ก.ย.64พร้อมทั้งปิดประกาศคำสั่งเทศบาลตำบลบางเลนทางวัดสวนแก้วได้ปิดประตูทางเข้า-ออกของวัดทั้งหมดมีเฉพาะเจ้าหน้าที่และบุคคลภายในวัดเท่านั้นประชาชนที่เดินทางมาที่วัดจึงไม่สามารถเข้าไปนมัสการพระพยอมได้ และทราบข่าวว่าวัดถูกปิดงดบิณฑบาตร จึงได้นำข้าวสารและอาหารปรุงสุกมามอบให้กับเจ้าหน้าที่และพนักงานที่ปฏิบัติงานในวัด

จากการสอบถามรายละเอียดสาเหตุที่มีคำสั่งปิดวัดสวนแก้วเกิดจากเมื่อวันที่6ส.ค.64คนงานชาวกะเหรี่ยงภายในวัดที่ป่วยเป็นไส้ติ่งอักเสบถูกส่งตัวกลับจากการรักษามาพักที่ห้องคนงานในวัดสวนแก้วได้ติดโควิด-19และทำให้บุคคลใกล้ชิดในครอบครัวจำนวนอีก6คนติดเชื้อและเกิดอาการป่วยจึงได้ประสาน รพ.สต.บางเลนเข้าทำการตรวจหาเชื้อ ก่อนนำตัวส่งรักษาเมื่อวันที่11ส.ค.64ที่ศูนย์พักคอยรร.ราชวินิตนนทบุรีอ.บางใหญ่และทำการเข้าตรวจเชิงรุกเจ้าหน้าที่ทั้งหมดภายในวัดจำนวน500คนพบผู้ติดเชื้อเพิ่มอีก 47 คน เมื่อวันที่ 24 ส.ค.64 ที่ผ่านมา

พระราชธรรมนิเทศเจ้าอาวาสวัดสวนแก้วกล่าวว่าสาเหตุที่มีผู้ติดเชื้อในวัดเพราะมีคนป่วยไปรักษาที่โรงพยาบาลแล้วกลับมาทำให้คนในครอบครัวติดเชื้อไปด้วยรวมกัน 7 คนจากนั้นเจ้าหน้าที่มาตรวจทำให้พบเชื้ออีก 47 คนจึงนำตัวไปรักษาที่รพ.สนามซึ่งทั้งหมดที่ติดเชื้อทุกคนได้ฉีดวัคซีนแล้ว2เข็มตอนนี้คนที่เหลือที่เป็นกลุ่มเสี่ยงถูกกักตัวไว้ที่ส่วนงานเฟส2ด้านหลังวัดให้คนส่งอาหารและน้ำให้

สำหรับผลกระทบที่วัดสวนแก้วไม่เหมือนวัดอื่นๆเพราะภายในวัดมีคนชราคนพิการและคนตกงานพอถูกสั่งปิดทำให้ขายสินค้าไม่ได้พืชผักผลไม้เน่าเสียไม่มีรายได้เข้ามาคนงานในสวนก็หยุดทำงานทั้งหมดสวนก็ไม่ได้เก็บพืชผลออกมาขายเสียหายหนักตอนนี้ปิดวัดตั้งแต่วันนี้ถึงวันที่3 ก.ย.64ทางวัดก็ไม่ได้ดื้อทำตามมาตรการคำสัางทั้งหมดรายได้ของวัดหายไป100%กระทบไปถึงสาขาอื่นด้วยเนื่องจากที่นี่เป็นศูนย์กลางที่จะกระขายขายพืชผักผลไม้จากที่อื่น ดังนั้น 1,700 คนได้รับผลกระทบหมดไม่สามารถส่งของมาขายได้ วัดมีค่าใช้จ่ายเดือนละ 5 ล้านบาท รัฐบาลจะมีการเยียวยาให้ไหม

พระราชธรรมนิเทศกล่าวต่อว่าทางวัดมีมาตรการป้องกันเต็มที่แล้ววัคซีนก็ฉีดแล้วแต่คนในวัดไปโรงพยาบาลนำเชื้อกลับมา ตอนนี้วัดได้รับผลกระทบหนักมาก ส่วนญาติโยมที่ดูข่าว ทางวัดของดกิจกรรมทั้งหมด ท่านที่จะมาฟังเทศวันอาทิตย์ก็ไม่ต้องมาให้ดูในยูทูปช่องกัลยาโณ โอเค แทน คนที่จะมาทำบุญก็งด ไม่รับใส่บาตร สำหรับญาติโยมที่ทราบข่าวแล้วมาช่วยบริจาคให้วัดทั้งข้าวสารและอาหารกล่อง อาตมาขอขอบคุณ

พระพยอม ไม่โกรธร่างทรงไลฟ์ด่า สะกิดสำนักพุทธฯ ไม่สนใจเหมือนขนมอาลัวบ้างหรือ?

จากกรณีที่ พระราชธรรมนิเทศหรือพระพยอมกัลยาโณเจ้าอาวาสวัดสวนแก้ว ต.บางเลน อ.บางใหญ่ จ.นนทบุรี ประกาศรับคนงาน 500 คน เข้ามาทำงานที่วัดสวนแก้วเพื่อช่วยเหลือคนตกงานในยามเศรษฐกิจวิกฤติ สำหรับคนที่ไม่มีที่อยู่ที่กิน แต่ไม่ขอรับคน 4 ขี้คือ ขี้เกียจ ขี้ขโมย ขี้เมา ขี้ขอ

ใครเดือดร้อนมาได้เลย! “พระพยอม” เปิดวัดสวนแก้ว รับคนงาน 500 คน ช่วยเหลือช่วงโควิด
ต่อมาได้มีผู้ใช้เฟซบุ๊กรายหนึ่งลักษณะเป็นร่างทรง ออกมาไลฟ์และตำหนิพระพยอม ว่าเป็นพระหรือเปิดโรงงาน ออกไปทำมาหาแด_ อย่ามาอ้างบุญลวงโลก ไอ้พระไม่ยอม

นอกจากนี้ยังมีการไลฟ์สดทำนองว่าการที่พระพยอมเอาเงินมาแจกมาจ้างคนทำงาน เป็นการกระทำที่ไม่ถูกต้อง ผิดหลักคำสั่งสอนของพระพุทธเจ้า เพราะเมื่อบวชเป็นพระไม่มีต้นทุน แล้วเป็นพระจะเอาเงินมาจากไหน ถ้าทำแบบนี้แล้วพ้นทุกข์ ถามว่าคนจังหวัดนนท์พ้นทุกข์ไหม คนที่อยู่ข้างวัดพ้นทุกข์ไหม เป็นพระต้องให้หลักธรรมคำสั่งสอนเท่านั้น เพราะพระพุทธเจ้าไม่เคยแจกเงินหรือช่วยเหลือใคร นอกจากคำสั่งสอนเท่านั้น เ

กี่ยวกับเรื่องดังกล่าวผู้สื่อข่าวเดินทางเข้าสอบถามพระพยอมถึงกรณีไลฟ์สดที่เกิดขึ้นดังโดยพระพยอมกล่าวว่าหลังจากประกาศวัดรับคนงานไปเพื่อช่วยเหลือคนตกงานให้มีที่อยู่ที่กินก็มีคนเดินทางมาสมัครทุกวัน วันละ 10 กว่าคนใครใกล้ที่ไหนก็ไปสมัครที่นั้นทั้ง11สาขาส่วนคนที่ถามว่าอาตมาเอาเงินจากไหนมาจ้างคนงานคนๆนี้บ้องตื้นมากคิดตามง่ายๆ เลย คนที่มาเก็บใบไผ่ให้วัดเอาไปทำปุ๋ยหมักขาย วัดก็ได้เงินมาจ่ายให้กับคนงาน เช่นเดียวกับคนที่ดูแลเก็บผักผลไม้วัด เอาไปขายก็ได้เงินแล้ว คนเราทำอะไรก็มีผลตอบแทนของสิ่งนั้นในตัวเอง คนงานทำงานก็ได้ส่วนแบ่งที่ควรได้รับไป วัดก็ได้กลับมาส่วนหนึ่งเพื่อใช้จุนเจือเอื้อเฟือกัน คนขยันก็อยู่เป็นสุข คนขี้เกียจก็เป็นทุกข์

สิ่งที่อาตมาทำไปสร้างความเสียหายให้คนจังหวัดนนทบุรีตรงไหนลองไปถามมาให้ดูอาตมาให้คนมาขายผลไม้และขายสินค้ารอบๆวัดโดยไม่เสียค่าเช่าเขาก็มีรายได้ชาวสวนขายผลไม้ไม่ได้ก็มาฝากที่วัดขายก็มีรายได้ ญาติโยมมาเที่ยวที่วัดก็ซื้อกลับไป ถือเป็นการกระจายรายได้ให้คนในจังหวัดนนทบุรี มีเงินหมุนเวียนอาตมาถือหลักว่าเผยแพร่สงเคราะห์พัฒนา ไฮโล

ใส่ความเห็น

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น ช่องข้อมูลจำเป็นถูกทำเครื่องหมาย *