ภาพยนตร์แนวดราม่าสะเทือนอารมณ์ กำกับโดย กอร์เนล มุนดรักโซ (จาก White God)

ดูหนังออนไลน์ พากย์ไทย Pieces of a Woman เศษเสี้ยวหัวใจหญิง ภาพยนตร์แนวดราม่าสะเทือนอารมณ์ กำกับโดย กอร์เนล มุนดรักโซ (จาก White God) จากบทภาพยนตร์ของ Kata Wéber นำแสดงโดย วาเนสซ่า เคอร์บี้, ไชอา เลอบัฟ,เอลเลน เบอร์สตีน, มอลลี่ พาร์กเกอร์ และซาร่า สนุค ดัดแปลงจากละครเวทีที่ทั้งคู่เคยร่วมกันเขียนในชื่อเดียวกัน โดยได้ มาร์ติน สกอร์เซซี เจ้าพ่อภาพยนตร์รางวัลมากมายนั่งแท่นเป็น ผู้อำนวยการสร้าง และได้ฮาวเวิร์ด ชอร์ มือประพันธ์เพลงประกอบชั้นเยี่ยมมาทำดนตรีบรรเลงให้ ซึ่งหลังจากเปิดตัวฉายที่เทศกาลภาพยนตร์นานาชาติเวนิสประจำปีครั้งที่ 77 ในเดือนกันยาปีก่อน และฉายในโรงภาพยนตร์ที่จำกัดฉายเมื่อสิ้นเดือนธันวาคม เน็ตฟลิกซ์ได้ทำการซื้อมาลง เรียกได้ว่าผมที่ติดตามเรื่องนี้มาตั้งแต่ข่าวออกปีก่อน ดีใจมาก ๆ ที่จะได้เห็นหนังขายการแสดงเต็มรูปแบบอีกครั้ง

กำกับโดย สิ่งที่น่าสนใจของภาพยนตร์เรื่องนี้คือผู้กำกับคนนี้คือผู้กำกับสายรางวัลที่พาหนังหลายเรื่องของตัวเองไปเวทีเทศกาลภาพยนตร์มาแล้ว เราจะได้เห็นบทบาทการแสดงของ วาเนสซ่า เคอร์บี้ นักแสดงสาวเจ้าบทบาทที่ผ่านงานมามากมาย ตั้งแต่ เดอะ คราวน์ ซีรีส์เรื่องฉาวคนชั้นสูง ภาพยนตร์แนวสายลับจารกรรมอย่างเร็ว…แรงทะลุนรก ฮ็อบส์ & ชอว์ และมิชชั่น:อิมพอสซิเบิ้ล ฟอลล์เอาท์ มาคราวนี้เธอต้องสวมบทเป็นแม่คนที่ต้องพบเจอกับมรสุมชีวิตทั้งจากภายนอกและคนในครอบครัวที่ถาโถมใส่เธอ มาพร้อมด้วย ไชอา เลอบัฟ นักแสดงเจ้าบทบาทที่เล่นบทไหนเป็นได้ดิ่งไปกับบทตลอด ได้มาประชันบทของหัวหน้าครอบครัวผู้ต้องการเศษเสี้ยวของความรักที่หลงเหลืออยู่ พร้อมด้วยนักแสดงสายรางวัลที่ขนกันมาอย่างขับคั่ง ภาพยนตร์ได้รับกระแสคำวิจารณ์ในแง่บวกอย่างล้นหลามในแง่ของบทบาทการแสดงของทั้งคู่ ทำให้เคอร์บี้คว้ารางวัล Volpi Cup for Best Actress นักแสดงหญิงดีเด่นของเทศกาลเวนิซมาได้ในที่สุด จนนักวิจารณ์กล้าบอกได้ว่าเธออาจจะได้เข้าชิงในออสการ์ในปีหน้าเลยทีเดียว แต่มันจะขนาดนั้นจริง ๆ เหรอ แต่เอาเข้าจริง ๆ ปีก่อนก็แทบไม่มีหนังอะไร เพราะอย่างที่รู้ว่าหนังเลื่อนฉายไปหลายเรื่องเลย เพราะฉะนั้นการที่หนังได้มาฉายในปีนี้ อาจทำให้เราได้เห็นบทพิสูจน์ของเธอตามที่นักวิจารณ์บอกไว้ก็ได้

“เมื่อคู่รักแห่งเมืองบอสตันอย่าง มาร์ธากับฌอน ปรารถนาที่จะมีลูกเพื่อให้ได้เป็นครอบครัวที่สมบูรณ์ แต่แล้วเหตุไม่คาดฝันก็เกิดขึ้นในวันที่นางผดุงครรภ์มาทำคลอดให้เธอ ตั้งแต่นั้นรอยร้าวคำว่าครอบครัวก็เริ่มแตกปริเมื่อมาร์ธ่าเริ่มตีตัวห่างจากครอบครัว ทั้งกับสามีและแม่ของเธอ อลิซาเบธ ที่พยายามบงการชีวิต และอารมณ์ของเธอที่ผันแปรจากใจที่แตกสลายจากการทำคดีร่วมกับทนายความหญิงอย่าง ซูซาน ในการเผชิญหน้ากับปัญหาของความสัมพันธ์ มาร์ธ่ายังค้นพบว่าเธอต้องใจแข็งพอที่จะเผชิญหน้ากับปัญหาที่ใหญ่ที่สุดเท่าที่คนเป็นผู้หญิงจะต้องเจอ การประคับประคองชีวิตคู่ที่ยากขึ้นทุกที”

หนังเล่าเรื่องเพียงแค่ 10 นาทีที่ชีวิตทุกคนดูปกติที่สุดราวกับเป็นเรื่องปกติ ไม่มีปัญหาอะไรให้กังวล แต่เราทุกคนรู้ว่าหนังจะพาเราไปถึงจุดที่ทุกอย่างเปลี่ยนแปลงยังไง หากเราเป็นตัวละครในเรื่องเราไม่มีวันรู้ว่าอะไรจะเกิดขึ้น เช่นกันที่หนังค่อย ๆ ปูเรื่องความธรรมดาให้ดูน่าสงสัย ทุกคนพากันยินดีที่เธอจะมีลูก ใคร ๆ ต่างก็พากันคาดหวังว่าพวกเขาจะเป็นครอบครัวที่ดี ปมที่ค่อย ๆ ปูเข้ามาจากตัวละคร ที่ยังไม่ได้ปรากฏในเรื่อง ก่อนที่จะตู้มใส่แบบไม่มียั้งอย่างน่าอึดอัด

โดยเฉพาะฉากสำคัญของเรื่องนั่นคือ ฉากการคลอดลูกที่มีการถ่ายแบบไม่มีข้ามขั้นตอน เราได้เห็นสีหน้าของตัวละครในสถานการณ์ที่กำลังจะเปี่ยมไปด้วยความหวัง แต่แล้วทุกอย่างก็พังทลาย ก่อนจะตัดข้ามมาที่เหตุการณ์หลังจากนั้นหนังก็พาเราไปสำรวจชีวิตของผู้หญิงคนนี้ที่ต้องแบกรับ เราได้เห็นอารมณ์ที่เหวี่ยงไปมา ตั้งแต่เฉยชา เสียใจ เกรี้ยวกราด ไปจนถึงหัวเราะอย่างบ้าคลั่งให้กับสิ่งที่เกิดขึ้นราวกับเป็นเรื่องตลกร้าย ของคนเป็นแม่ ที่สับสนและวกวนกับความสูญเสียที่ตัวเองได้พบเจออย่างไม่ได้เตรียมใจไว้ มันไม่แปลกเลยที่เธอจะทำตัวน่ารำคาญ โทษโน่นโทษนี่ไปหมด เพราะเราไม่ได้เห็นว่าเธอเจอกับอะไรอยู่ภายในจิตใจของตัวเอง การสูญเสียลูก มันเจ็บปวดมากจริง ๆ สำหรับผู้หญิง

ชีวิตทุกคนในเรื่องแตกระแหงกันไปหมด ยิ่งดูยิ่งเห็นใจตัวละคร โดยเฉพาะ ตัวละครที่แบกรับทุกอย่างอย่างมาร์ธ่าที่ต้องเจอเรื่องที่ทำให้ตัวเองไม่สามารถยืนหยัดได้ด้วยตัวเอง ในขณะที่คนอื่นก็ให้ความหวังดี แต่มันก็ทำให้เธออึดอัดจนแทบไม่อยากรับมันเอาไว้ ผสานด้วยอารมณ์ที่หนักอึ้ง ไม่มีฉากไหนที่เรารู้สึกเห็นเศษเสี้ยวแม้แต่ความสุขเลยจนกระทั่งจบลง ราวกับว่ามันหายไปพร้อมกับฉากสำคัญในเรื่อง และมันก็ทำให้ผมรู้สึกเจ็บไม่แพ้กับมาร์ธ่าที่สูญเสียสิ่งสำคัญในชีวิตผู้หญิงคนนึงเลย

เธอต้องนึกถึงเหตุการณ์แย่ ๆ และถูกบังคับให้ต้องเผชิญหน้ากับมันอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้ ในขณะที่ฌอนเมื่อเจอความเปลี่ยนแปลงของภรรยาเขาก็เริ่มทำสิ่งที่ค่อย ๆ แยกพวกเขาออกจากกัน เพราะความใจสลายที่สูญเสียไป หรือแม่ของเธอก็อยากให้เธอเข้มแข็งแม้เธอไม่ต้องการ กลายเป็นว่าเธอผลักไสทุกคนออกไป ครอบครัวจึงไม่ใช่พื้นที่ที่เธอสามารถอยู่กับมันได้ในตอนที่ตัวเองกำลังมีจิตใจสั่นไหว ทุกคนรอบตัวต่างมีปมเป็นของตัวเองและมันได้เข้ามาทั้งกระทบ ผลักดัน และดึงเธอกลับมาสู่การเป็นผู้หญิงที่ไม่จำเป็นต้องสมบูรณ์แบบ แค่สามารถใช้ชีวิตได้ก็พอ

ถึงหนังจะมีอารมณ์ที่ดราม่าแต่มันก็ไม่ได้ใส่ความฟูมฟายหรือใส่ฉากซาบซึ้ง แค่คนคุยกันมันก็สื่อออกมาได้แล้วว่าความตึงเครียดของคนมันมาจากเรื่องที่เข้าใจและไม่อาจจะเข้าใจได้ในเวลาเดียวกัน ให้นึกถึงการเดินทางของชีวิตในช่วงเวลาหนึ่งปีมีเหตุการณ์อะไรเกิดขึ้นบ้างของตัวละครในเรื่อง และเวลาที่ผ่านไปมันให้อะไรกับตัวละครบ้าง ความรัก ความสุข ความเศร้า ความเกลียดชัง การเดินหน้า หรือการถอยหลัง เราจะได้เห็นอะไรแบบนี้ตลอดผ่านบทสนทนา

อ่านต่อ

ใส่ความเห็น

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น ช่องข้อมูลจำเป็นถูกทำเครื่องหมาย *