ภาพยนตร์เรื่อง The Thin Red Line หรือ ผ่านรกยึด เส้นตาย ที่ผมนำมาพูดคุยในวันนี้

ภาพยนตร์เรื่อง The Thin Red Line หรือ ผ่านรกยึด เส้นตาย ที่ผมนำมาพูดคุยในวันนี้ มีดีกรีเป็นถึงคู่ชิงรางวัลออสการ์รายสำคัญของเรื่อง Saving Private Ryan ในปี 1999 เลยทีเดียว อย่างไรก็ตาม นอกจากจะไม่ประสบความสำเร็จด้านรางวัลในครั้งนั้นแล้ว ชื่อเสียงของภาพยนตร์เรื่องนี้ดูจะถูกจำกัดอยู่เฉพาะในแวดวงคนที่นิยมหนังสงครามประเภทต่อต้านสงครามจริงๆ เท่านั้น

อย่างผมเองดูเรื่องนี้ครั้งแรกก็ไม่ค่อยประทับใจนัก นอกจากจะเป็นเพราะความใจเร็วไปซื้อเอาเวอร์ชันที่ภาพไม่ค่อยชัดราวกับเป็นหนังที่ขโมยถ่ายมาจากโรงหนังแล้ว ผมเองก็ไม่ต่างจากอีกหลายคนที่จะสนุกกับหนังที่มีพล็อตเรื่องพลิกไปพลิกมาให้มีการลุ้น มากกว่าหนังที่ดำเนินเรื่องเป็นเส้นตรง แบบที่เหมือนผู้สร้างตั้งธงไว้แล้วว่าสงครามมันไม่ดี มันทำให้คนนั้นคนนี้ต้องทุกข์ยากลำบากอย่างนั้นอย่างนี้ ซึ่งพระเอกมักจะตายตอนจบซะด้วย แต่พอเจอเรื่องที่แต่งพล็อตเติมเรื่องเติมตัวละครมากๆ เข้า กลับรู้สึกรำคาญไปอีกแบบ

The Thin Red Line ผ่านรกยึด เส้นตาย เดิมเป็นนวนิยายของ James Jones ที่ประพันธ์ในปี 1962 (พ.ศ.2505) สร้างเป็นภาพยนตร์ครั้งแรกในปี 1964 (พ.ศ.2507) เวอร์ชันที่เรากำลังพูดถึงนี้สร้างเป็นครั้งที่สองโดย Terrence Malick ในปี 1998 (พ.ศ.2541) เป็นเรื่องราวเกี่ยวกับความทุกข์ยากของ ทหารอเมริกัน ในการรบที่ Guadalcanal ใน ฟิลลิปปินส์

เรื่องเริ่มขึ้นขณะที่พลทหาร Witt ตัวเอกคนหนึ่งของเรื่องกำลังเพลิดเพลินเจริญใจกับธรรมชาติ ในหมู่บ้านชาวเกาะแห่งหนึ่งในหมู่เกาะโซโลมอน ฉับพลันก็มีเรือของสหรัฐฯ ลำหนึ่งแล่นมายังเกาะ แล้วก็มาจับตัวพ่อยอดชายนาย Witt เพื่อไปร่วมเตรียมการรุกใหญ่ใน Guadalcanal (7 สิงหาคม 1942 (พ.ศ.2485) – 9 กุมภาพันธ์ 1943 (พ.ศ.2486) ) ซึ่งตามประวัติศาสตร์เป็นการรบครั้งใหญ่ทั้งทางบก ทางเรือ และทางอากาศ

นับเป็นการรุกครั้งใหญ่ครั้งแรกของ ฝ่ายสัมพันธมิตร ต่อ จักรวรรดิ์ญี่ปุ่น ตามเรื่อง หน่วยของ Witt อยู่ในสังกัดกองร้อยซี ในบังคับบัญชาของผู้กอง Staros ซึ่งอยู่ในบังคับบัญชาของผู้การ Tall อีกทีหนึ่ง เมื่อทหารสหรัฐฯ ขึ้นบกที่ Guadalcanal ได้โดยปราศจากข้าศึกต้านทาน

ก็เร่งรุดเดินเท่าฝ่าพงหญ้าเพื่อเข้ายึดฐานทัพญี่ปุ่น ณ เนินเขา 210 ซึ่งฝ่ายญี่ปุ่นปักหลักป้องกันอย่างเหนียวแน่น เกิดความขัดแย้งระหว่างผู้การ Tall ที่ภาษาไทยโบราณใช้คำทำนองว่า “หวังเอาชัยแต่ถ่ายเดียว” กับผู้กอง Staros ที่เป็นคนประเภทเกรงต่อการสูญเสียไพร่พล จนผู้การต้องลงมากำกับดูแลด้วยตนเอง หลังจากทุ่มเททั้งกำลังคนและยุทธวิธี

ก็สามารถฝ่าแนวต้านทานอันเหนียวแน่นขึ้นไปได้ จากนั้น ผู้การ Tall ไม่ยอมให้ทหารหยุดพักหาน้ำกิน แต่สั่งให้กำลังพลทั้งหมดเข้าโจมตีค่ายใหญ่ของญี่ปุ่นจนเป็นผลสำเร็จ ซึ่งแน่นอนว่าต้องแลกด้วยชีวิตทหารทั้งสองฝ่ายไปมากมาย เสร็จศึก Tall ได้สั่งย้ายผู้กอง Staros ไปยังวอชิงตัน และทหารได้พักยาวพอสมควร แล้วในที่สุดก็ต้องออกปฏิบัติการกวาดล้างญี่ปุ่นอีก Witt อาสาออกไปลาดตระเวณนำหน้า แต่ก็เสียทีถูกทหารญี่ปุ่นล้อมและยิงเสียชีวิตในที่สุด หลังจากเพื่อนๆ ทำพิธีฝังศพ Witt หน่วยของ Tall ก็ได้รับคำสั่งให้ถอนกำลังออกจากเกาะ

การดำเนินเรื่อง ผู้สร้างได้ใช้การเล่าจากมุมมองของตัวละครหลายๆ คนผลัดเปลี่ยนกันไป ในระหว่างการรบก็มักจะมีการสลับภาพระหว่างฉากสงครามที่กำลังดำเนินอยู่อย่างโหดร้ายกับภาพของสัตว์ป่า ต้นไม้ใบไม้ และภาพความหลังของ Witt ขณะอยู่กับแม่และภรรยา

ในส่วนของภาพธรรมชาตินั้น ในภาพยนตร์เรื่องอื่นอาจเห็นธรรมชาติป่าเขาเป็นเพียงฉากในการสู้รบธรรมดา แต่สำหรับเรื่องนี้แล้ว ค่อนข้างชัดว่าธรรมชาติอันมีความงดงามและสันติสุขนั้น ได้ถูกรบกวนโดยมนุษย์สองฝ่ายที่จับปืนยิงกันอย่างขนานใหญ่ เชื่อว่าท่านที่ดูจากเวอร์ชัน DVD หรือ VCD ที่ไม่ได้ขโมยถ่ายแบบที่ผมซื้อ คงจะได้เห็นภาพธรรมชาติที่งดงามเป็นอย่างยิ่ง (22 ก.ค.2550 ตอนนี้ผมซื้อแผ่นลิขสิทธิ์แล้วนะครับ)

ด้านข้อเท็จจริงทางประวัติศาสตร์นั้น ในวิกิไม่มีรายละเอียดของนิยายมากนัก ในศึก Guadalcanal ก็ไม่กล่าวถึงเนิน 210 นี้ แต่บทความเกี่ยวกับหนังเรื่องนี้มีการกล่าวถึงตัวละครในเรื่องอยู่เหมือนกันว่ามีตัวตนจริงและมีการเลื่อนยศกันอย่างไร รวมถึงวิจารณ์ว่าในสงครามจริงโอกาสที่จะได้พวกพี่ยุ่นมาเป็นเชลยจำนวนมากอย่างในหนังนั้นยาก เพราะพี่แกถูกปลูกฝังมาในเรื่องศักดิ์ศรีกับความเชื่อว่าพวกฝรั่งนั้นโหดร้าย จึงมักจะสู้จนตัวตาย ซึ่งในสงครามที่ Guadalcanal นั้น ทหารกว่าสามหมื่นนายได้ยอมสู้ตายกันเกือบหมดเลยครับ

โดยสรุป เรื่อง The Thin Red Line นี้ เป็นอีกเรื่องที่ไม่อาจจะดูเพื่อความสนุกและความรู้ทางประวัติศาสตร์ได้มากนัก แต่วิธีการดำเนินเรื่องยังพอมีความคลาสสิกอยู่บ้างถ้าหากคุณมีอุดมการณ์ต่อต้านสงคราม รักความสวยงามของธรรมชาติ และมีสมาธิในการดูเพียงพอ ดูหนังออนไลน์ฟรี

Because this article is copyrighted. author’s righteousness and may have to update some information as appropriate To bring articles to publish on other sites. We therefore ask for your cooperation to use a method of copying only the Link or URL Address instead of copying the entire article. If copied in a way that impersonates the author or have any other intent that may cause adverse effects on the web iseehistory.com will take decisive action in accordance with the law.

English title: The Thin Red Line

Thai name : Through Hell, Seize the Deadline

Original story: A novel of the same name. Opus by James Jones

Creators: Robert Michael Geisler, Grant Hill, John Roberdeau.

Director: Terrence Malick

Screenwriter: Terrence Malick

Cast: Sean Penn, Adrien Brody, John Cusack, James Caviezel, Ben Chaplin, George Clooney, Woody Harrelson, Nick Nolte, John C. Reilly, John Travolta, Elias Koteas, John Savage, Jared Leto, Tim Blake Nelson, Nick Stahl.

ใส่ความเห็น

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น ช่องข้อมูลจำเป็นถูกทำเครื่องหมาย *