มอบตัวแล้ว สาวปล่อยเงินกู้หยอดกาวกุญแจรั้วบ้านยาย ฉุนจ่ายแค่ 3 วัน

มอบตัวแล้ว สาวมือใช้กาวหยอดกุญแจรั้วบ้านของยาย วัย 78 ปี เข้ามอบตัวกับตำรวจ ฉุนกู้ยืมเงินไป 10,000 บาท และตกลงจ่ายรายวัน วันละ 200 บาท แต่จ่ายจริงแค่ 3 วัน แล้วก็ติดต่อไม่ได้เลย

มอบตัวแล้ว จากกรณีที่ นางประคอง อายุ 78 ปี ผู้เสียหาย พร้อมด้วย น.ส.ธัญพร อายุ 44 ปี ลูกสาว เดินทางเข้าพบ พ.ต.ท.สราวุธ บุตรดี รอง ผกก (สอบสวน) และเจ้าหน้าที่ตำรวจฝ่ายสืบสวน สน.บางเขน เพื่อให้ดำเนินคดีกับกลุ่มเงินกู้ทวงหนี้ หลังถูกหยอดกาวใส่แม่กุญแจประตูรั้วภายในบ้านพัก ซอยพหลโยธิน 54 แยก 4 แขวงคลองถนน เขตสายไหม กทม. เหตุเกิดเมื่อเวลา 14.00 น. เมื่อวันที่ 21 ต.ค.ที่ผ่านมา

ยายวัย 78 ร้องขอความช่วยเหลือ หลังถูกแก๊งเงินกู้หยอดกาวใส่รูกุญแจขังไว้ในบ้าน
ล่าสุด ผู้สื่อข่าวรายงานว่า วานนี้ (24 ต.ค.) เมื่อเวลา 15.00 น. พ.ต.ท.สมใจ รอดยัง สว.สส. รรท.รอง ผกก.สส. พร้อม พ.ต.ต.พรชัย ว่องประเสริฐการ สว.สส.สน.บางเขน ได้สืบสวนจนทราบว่า น.ส.วิไล อายุ 43 ปีเป็นผู้ก่อเหตุ จากนั้น น.ส.วิไล จึงได้เข้ามาพบและให้การกับเจ้าหน้าที่ตำรวจ

จากการสอบสวน น.ส.วิไล ให้การว่า ตนได้ไปที่บ้านของผู้เสียหาย พร้อมกับ นายไตรรงค์ โดยใช้รถจักรยานยนต์ และได้ใช้กาวหยอดกุญแจรั้วบ้านของผู้เสียหายจริง สาเหตุเนื่องจากโกรธที่ผู้เสียหายได้กู้ยืมเงินไปเป็นเงินจำนวน 10,000 บาท และตกลงจ่ายรายวันเป็นเงินวันละ 200 บาท

แต่หลังจากกู้เงินไปแล้วผู้เสียหายจ่ายรายวัน แค่เพียง 3 วัน แล้วก็ติดต่อไม่ได้เลย และเมื่อมาทวงถามก็ไม่ยอมออกมาพบ ตนโกรธจึงได้นำเอากาวมาหยอดกุญแจรั้ว

เบื้องต้น เจ้าหน้าที่จึงได้ส่งตัวให้พนักงานสอบสวน สน.บางเขน แจ้งข้อกล่าวหา “ร่วมกันทำให้เสียทรัพย์ และร่วมกันหน่วงเหนี่ยวกักขังผู้อื่น และเรียกดอกเบี้ยเกินอัตราที่กฎหมายกำหนด” และดำเนินคดีในส่วนที่เกี่ยวข้องต่อไป

สาวโพสต์เตือนภัย แก๊งหลอกให้โอนเงิน อ้างเป็นนายตำรวจยศใหญ่

มอบตัวแล้ว สาวโพสต์เตือนภัยแก๊งมิจฉาชีพ บอกของที่ส่งไปต่างประเทศถูกอายัด ก่อนหลอกให้โอนเงิน อ้างเป็นผู้กำกับ สภ.เชียงใหม่

เฟซบุ๊กของหญิงสาวรายหนึ่งได้มีการโพสต์เตือนภัย หลังโดนมิจฉาชีพโทรมาหลอกให้โอนเงิน และบอกว่าเธอมีส่วนรู้เห็นเกี่ยวกับการฟอกเงิน โดยอ้างตัวว่าตนเองเป็น ผู้กำกับอยู่ที่ สภ.เชียงใหม่

ผู้โพสต์ ระบุ่วา เธอได้รับโทรศัพท์จากเบอร์ 063-214XXX ติดต่อเข้ามา และบอกว่าเป็นเจ้าหน้าที่บริษัทขนส่งเอกชนชื่อดัง บอกว่าเธอได้ทำการส่งของออกไปต่างประเทศ แต่ของชิ้นนั้นถูกศุลกากรอายัดไว้เพราะเป็นของผิดกฎหมาย และทางพนักงานได้แนะนำให้แจ้งลงบันทึกประจำวันไว้ และได้โอนสายไปให้เจ้าหน้าที่ที่อ้างตัวว่าอยู่ที่ทาง สภ.เชียงใหม่ และได้ให้พูดคุยกันผ่านไลน์

หลังจากนั้นเธอได้พูดคุยกับเจ้าหน้าที่ที่อ้างตัวว่าเป็นผู้กำกับ สภ.เชียงใหม่ ในระหว่างการพูดคุยก็มีเสียงวอแทรกเข้ามาว่าเธอมีส่วนรู้เห็นกับการฟอกเงิน และถามว่ายินดีให้ตรวจสอบเส้นทางการเงินไหม โดยบอกว่าให้เธอโอนเงินเข้าบัญชีของเจ้าหน้าที่สำนักงานตรวจสอบ แล้ว 1-2 ชั่วโมง จะโอนเงินกลับมา พอไม่โอนก็เริ่มมีการข่มขู่ บอกว่าจะออกหมายจับ และอายัดบัญชีของเธอ

ทั้งนี้ ผู้โพสต์ยังบอกอีกว่า ปกติเห็นแต่คนแชร์และเคยเห็นข่าวทำนองนี้ผ่านๆ ไม่คิดว่าจะเจอกับตัวเอง จึงมาโพสต์เพื่อเตือนคนอื่นที่อาจจะโดนด้วย แถมยังทำให้เสียเวลาทำงาน เสียขวัญ และวุ่นวายไปหมด

พ่อบ้านใจกล้า เศร้า! แอปฯ กู้เงินหลอกให้โอน สูญ 2 หมื่น เมียลั่นกลับบ้านเจอแน่

หนุ่มโคราชถูกแก๊งมิจฉาชีพใช้แอปฯ กู้เงินออนไลน์ หลอกโอนเงิน สูญ 2 หมื่นบาท เมียรู้เสียค่าโง่ ลั่นกลับบ้านถูกกระทืบแน่

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า วันนี้ (7 ต.ค.) เวลา 15.30 น. นายวีรศักดิ์ อายุ 41 ปี ชาว อ.เมือง จ.นครราชสีมา พร้อมด้วยนางหทัยรัตน์ ภรรยา ได้เดินทางเข้าแจ้งความกับเจ้าหน้าที่ตำรวจ สภ.โพธิ์กลาง ภายหลังจากที่ถูกมิจฉาชีพใช้แอปพลิเคชั่นกู้เงินออนไลน์ หลอกลวงให้โอนเงินไปให้ มูลค่าความเสียหาย จำนวน 20,000 บาท จึงได้แจ้งความเพื่อให้เจ้าหน้าที่ตำรวจติดตามแก๊งมิจฉาชีพกลุ่มนี้มาดำเนินคดีตามกฎหมาย

โดย นายวีรศักดิ์ ผู้เสียหาย เล่าว่า เมื่อช่วงเช้าวันที่ 6 ต.ค. ที่ผ่านมา ได้มีผู้ใช้เบอร์โทรศัพท์แปลก โทรเข้ามาหาตนเอง โดยอ้างว่าเป็นบริษัทกู้เงินออนไลน์ วงเงินตั้งแต่ 10,000 – 1000,000 บาท ที่มีระบบ AI สามารถอนุมัติเงินกู้ไว ภายใน 15 นาที โดยไม่ต้องมีการยื่นเอกสารหลักฐานอะไรยุ่งยาก

หลังจากนั้นตนเองจึงสนใจ และทักไลน์ไป แล้วก็จะมีแอปพลิคเคชั่นส่งมาให้ตนเองดาวน์โหลด ต่อมาก็จะมีแอดมินตอบกลับ ซึ่งตนเองก็แจ้งความประสงค์ว่าต้องการกู้เงินจำนวน 50,000 บาท แอดมินบอกว่าตนเองต้องมีเงินค้ำประกัน โอนเข้ามาให้ก่อน จำนวน 5,000 บาท ตนเองจึงโอนเข้าไปให้ที่บัญชีธนาคารที่ได้รับแจ้ง

แต่ต่อมาแอดมินก็บอกว่าหมายเลขบัญชีของตนมีปัญหา ตนเองจึงถามว่าต้องทำอย่างไรต่อ แอดมินก็บอกว่าต้องโอนเงินเข้ามาเพิ่มอีก 15,000 บาท เพื่อแก้เรื่องบัญชี เพื่อที่จะได้เงินกู้ 50,000 บาท กับเงินค้ำประกันอีก 20,000 บาท รวมเป็นเงิน 70,000 บาท

เมื่อตนโอนเงินไปให้แล้วกลับได้รับการแจ้งกลับว่าบัญชีไม่มีการเคลื่อนไหว ทั้งที่บัญชีของตนมีเงินเดือนโอนเข้าทุกเดือน และยังจะให้ตนเองโอนเงินเข้าไปให้อีก 20,000 บาท รวมเป็น 40,000 บาท ตนจึงรู้สึกเอะใจว่าจะถูกหลอกแน่เลย เมื่อโทรศัพท์ไปสอบถามเบอร์ที่โทรหาครั้งแรก ปรากฏว่าโทรไม่ติดเหมือนจะปิดเบอร์หนีไปแล้ว

ตนเองจึงมั่นใจว่าถูกหลอกแน่นอน จึงได้เข้ามาแจ้งความกับเจ้าหน้าที่ตำรวจเพื่อเร่งติดตามแก๊งค์มิจฉาชีพนี้มาดำเนินคดีให้ถึงที่สุด ทั้งนี้ ตนเองพยายามระมัดระวังเต็มที่แล้ว ดูข่าวคนถูกโกงเงินออนไลน์บ่อยๆ แต่ก็ยังถูกโกงด้วยตนเอง จึงรู้สึกเจ็บใจมาก

ด้าน นางหทัยรัตน์ ภรรยา กล่าวว่า อยากบอกสามีว่าจะทำอะไร กู้เงินกับใครก็ไม่ยอมปรึกษาภรรยาก่อน วันนี้กลับไปบ้านต้องเจอดีถูกกระทืบแน่นอน

ยายวัย 66 ร้อง “ทนายรัชพล” ถูกแก๊งมิจฉาชีพหลอกให้โอนที่ดิน มูลค่า 50 ล้านบาท

คุณยายวัย 66 ปี สุดช้ำ ถูกแก๊งมิจฉาชีพหลอกโอนที่ดิน มูลค่า 50 ล้านบาท เหลือเพียงตั๋วสัญญาใช้เงินที่ขึ้นเงินไม่ได้

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า วันนี้ (30 พ.ค.) ที่สำนักงานทนายรัชพล ศิริสาคร ซ.ประชาราษฎร์ 5 แยก 14/3 ต.ตลาดขวัญ อ.เมือง จ.นนทบุรี ได้มี นางลัดดา อายุ 66 ปี พร้อมด้วย น.ส.อลิยา อายุ 43 ปี ภรรยาของบุตรชายคนที่ 2 และ นายธนากร อายุ 46 ปี บุตรชายคนโต เดินทางเข้าพบทนายรัชพล เพื่อปรึกษาคดี

หลังถูกแก๊งมิจฉาชีพหลอกซื้อที่ดินจำนวน 6 ไร่เศษ ย่านสายไหม กรุงเทพฯ เป็นเงินจำนวน 50 ล้านบาท แต่กลับถูกแก๊งคนร้ายใช้อุบายจ่ายเป็นเช็คแล้วสลับเป็นตั๋วขึ้นเงินแทน แต่สุดท้ายไม่ได้เงินสักบาท ที่ดินก็ถูกแก๊งคนร้ายหลอกเอาไปจนสำเร็จ และยังถูกหลอกเอาเงินสดไปอีก 2.5. แสนบาท โดยเหตุเกิดเมื่อวันที่ 1 มี.ค. ที่ผ่านมา

นางลัดดา เปิดเผยว่า จู่ๆ ก็มีคนมาติดต่อขอซื้อที่ดินจำนวน 5 ไร่จากตน โดยตกลงซื้อขายกันเป็นเงินจำนวน 40 ล้านบาท โดยคนกลุ่มนี้ได้จ่ายเป็นค่าที่ดินให้ตนเป็นเช็คธนาคาร แต่ต่อมาก่อนถึงวันขึ้นเงินกลุ่มคนกลุ่มนี้ได้มาขอเปลี่ยนเป็นตั๋วสัญญาใช้เงินแทน

และขอซื้อที่ดินเพิ่มอีก 3 งานเศษ โดยอ้างว่าต้องการนำได้ที่ดินเพิ่มเพื่อนำไปขายต่อให้ผู้ซื้ออีกคนเห็นว่าที่ดินที่ซื้อจากตนไปมีทางเข้าออกติดถนนสาธารณะ รวมเป็นเงินจำนวน 50 ล้านบาท หลังโอนเสร็จจะทำการโอนที่ดินจำนวน 3 ไร่เศษคืนให้

ผู้เสียหาย กล่าวอีกว่า เมื่อวันที่ 1 มี.ค. ที่ผ่านมา ตนได้เดินทางไปทำการโอนที่ดินที่สำนักงานที่ดินกรุงเทพมหานคร สาขาบางเขน เมื่อทำการโอนที่ดินสำเร็จ กลับได้ตั๋วสัญญาใช้เงินที่ได้มาเป็นเงินจำนวน 60 ล้านบาท แต่ยังไม่สามารถขึ้นเงินไม่ได้ต้องรอ 7-10 วัน

กลุ่มมิจฉาชีพกลุ่มนี้จึงอ้างกับตนว่า ในตั๋วสัญญาใช้เงินนั้น ได้สั่งจ่ายเงินเกินไป 10 ล้านบาท ให้ตนเองต้องหาเงินมาคืนก่อน 10 ล้านบาท จึงจะสามารถขึ้นตั๋วจ่ายเงินได้ แต่ตนมีเงินในบัญชีเพียง 2.5 แสนบาท เท่านั้น จึงโอนให้คนร้ายไป

จนต่อมาเมื่อวันที่ 11 มี.ค.64 ตนได้สอบถามไปที่บริษัทตั๋วสัญญาใช้เงินเพื่อขอขึ้นเงิน ปรากฏว่าทางบริษัทแจ้งว่าเป็นตั๋วปลอม จึงทราบในทันทีว่า ถูกแก็งค์มิจฉาชีพกลุ่มนี้หลอกซื้อที่ดินและเงินสดจากตนไป

นางลัดดา กล่าวต่อว่า ตนได้ตรวจสอบเอกสารไปที่กรมที่ดิน ก็พบว่าที่ดินดังกล่าวขอตนถูกโอนเปลี่ยนชื่อไปแล้ว โดยในเอกสารซื้อขายของทางที่ดินระบุว่า ตนได้รับจ่ายค่าที่ดินเป็นเช็คจำนวน 2 ฉบับ ฉบับละ 3 ล้านบาท ซึ่งตนไม่เคยได้รับเช็คดังกล่าวเลย

ก็ไม่รู้ว่าแก๊งมิจฉาชีพกลุ่มนี้ใช้วิธีการอะไร จึงสามารถทำให้เจ้าหน้าที่กรมที่ดิน เซ็นอนุมัติซื้อขายผ่านไปได้ ทั้งๆ ที่ตนไม่ได้รับเช็ค การซื้อขายยังไม่เสร็จสมบูรณ์ จึงเดินทางมาร้องขอทางทนายรัชพลเพื่อขอความช่วยเหลือตรวจสอบคดีดังกล่าว และดำเนินการทางด้านกฏหมาย

ด้าน ทนายรัชพล กล่าวว่า หลังสอบถามรายละเอียด พบว่าคดีนี้ยังไม่ได้แจ้งความ แต่มีการฟ้องร้องดำเนินคดีเองทั้งทางแพ่งและอาญา ผ่านมาเกือบ 2 เดือนคดียังไม่คืบหน้า หลังจากนี้ต้องตรวจสอบผู้เกี่ยวข้องทั้งหมดก่อน อาจต้องมีการเข้าแจ้งความดำเนินคดี ไฮโล

และต้องตรวจสอบเอกสารที่กรมที่ดินสาขาบางเขนด้วย ว่าโดยปกติการโอนซื้อขายที่ดิน ทางเจ้าหน้าที่ต้องมีการสอบถามว่าผู้ขายได้รับเงินหรือยัง ซึ่งผู้ขายยังไม่ได้รับเงินแต่มีการโอนกรรมสิทธิ์เรียบร้อยแล้ว ต้องตามเรื่องนี้ก่อน จากนั้นต้องตรวจสอบหลักฐานอีกหลายอย่างที่เกี่ยวข้องและอาจต้องมีการเข้าแจ้งความดำเนินคดี

ทั้งนี้ อยากฝากถึงคนชราที่จะทำนิติกรรมอะไรต่างๆ ขอให้บุตรหลานช่วยตรวจสอบก่อน เพราะอาจจะถูกมิจฉาชีพหลอกเอาได้ ซึ่งหลังจากรับเรื่องนี้ไว้ตนแล้วทางตนก็จะเดินเรื่องฟ้องเพิกถอนการโอนซื้อขายที่ดินผืนนี้กับทางศาลมีนบุรีต่อไป

ใส่ความเห็น

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น ช่องข้อมูลจำเป็นถูกทำเครื่องหมาย *