“วิษณุ” สุดมั่น! บอกรัฐบาลบิ๊กตู่ก่อหนี้มากสุด เพราะทำงานมานาน

จากกรณีหลายฝ่ายมอง รัฐบาลก่อหนี้มากสุด “วิษณุ” เผยไม่แปลก เพราะทำงานมานานกว่ารบ.อื่น ชี้! ขออย่าเบี้ยวหนี้ก็แล้วกัน รับ หากงบคว่ำ รัฐบาลก็ต้องไป ส่วน กรณี “ยิ่งลักษณ์” แม้ไม่อยู่ไทย ไม่กระทบคดี ปมเด้ง “ถวิล”

นายวิษณุ เครืองาม รองนายกรัฐมนตรี กล่าวถึงกรณีฝ่ายค้านอภิปรายว่า ร่างพระราชบัญญัติ (พ.ร.บ.) งบประมาณร่ายจ่ายประจำปีงบประมาณ พ.ศ.2564 ไม่ตอบโจทย์การบริหารประเทศ ว่า ตนไม่วิจารณ์ แต่เป็นธรรมดา เนื่องจากเป็นบทบาทที่สำคัญของ ส.ส.ในการที่จะอภิปราย เพราะเป็นเรื่องของกฎหมาย เกี่ยวกับเรื่องเงินทองที่เป็นรายจ่ายของแผ่นดิน เมื่อพูดกันในหลักการแล้วเดี๋ยวก็จบ แล้วไปพูดคุยกันในกรรมาธิการวิสามัญ (กมธ.)

ส่วนที่มีการตั้งข้อสังเกตว่า ไม่มีการตั้งงบประมาณในส่วนของแก้ปัญหาวิกฤต โควิด-19 นั้น ผู้รู้ก็ต้องไปชี้แจงใน กมธ. ซึ่งการชี้แจงในกมธ. จะเห็นภาพได้มากกว่า เพราะร่าง พ.ร.บ.งบนั้นมีการเตรียมทำตั้งแต่ก่อนเกิด โควิด-19 พอมีโควิด-19 ก็มาปรับให้มันสอดคล้อง มันถึงได้ช้าไปเป็นเดือนก่อนจะเข้าสภา ยืนยันว่ามีแผนรองรับ

ส่วนคำถามที่ว่า มีหลายคนตั้งข้อกล่าวหาที่ว่ารัฐบาลชุดนี้ก่อหนี้มากที่สุด ดูเกินจริงไปหรือไม่ นายวิษณุ กล่าวว่า ถ้าว่าจริง มันก็จริง เพราะว่ารัฐบาลอยู่นาน เวลาพูดถึงรัฐบาลนี้ต้องไปนับตั้งแต่ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา เข้ามาเมื่อวันที่ 22 พฤษภาคม 57 เขาอยู่นานกว่าคนอื่น ทำงานมากกว่าคนอื่น และต้องใช้เงิน รวมถึงต้องมาเจอวิกฤต โควิด-19 ซึ่งรัฐบาลอื่นไม่เจอ เมื่อต้องใช้เงิน

ดังนั้น จะเอาเงินมาจากไหน สมัยก่อนมาจากภาษีอากร วันนี้ประชาชนไม่มีรายได้ ปิดร้าน ปิดบ้าน ปิดเมือง ปิดประเทศ ล็อกดาวน์ รายได้ก็ไม่มี รัฐบาลจำเป็นต้องทำ 2 อย่าง คือ 1. แก้ปัญหาโควิด-19 และ 2.แก้ปัญหาผลกระทบจากโควิด-19 ตรงนี้ก็มีการชดเชยเยียวยากันอยู่ แล้วจะไปเอาเงินจากไหน ก็ต้องเอามาจากการกู้ ดังนั้น จะกู้มากกู้น้อยก็ไม่แปลก ขอให้มีปัญญาใช้หนี้เขา อย่าเบี้ยวเขาก็แล้วกัน

เมื่อถามว่า ฝ่ายค้านขู่ว่าจะคว่ำร่าง พ.ร.บ. งบประมาณฯ ฉบับนี้ นายวิษณุ กล่าวว่า ตามกฎหมายเขามีอำนาจอยู่ 3 อย่างคือ คือ 1.เห็นชอบ 2.ไม่เห็นชอบ และ3.งดออกเสียง ก็ทำกันมาตลอดทุกสมัย เมื่อถามย้ำว่า หากถูกคว่ำจะมีปัญหาอะไรหรือไม่ นายวิษณุ กล่าวว่า

“คุณก็รู้ว่าหากเสียงส่วนใหญ่โหวตคว่ำ มันก็คว่ำ รัฐบาลก็ลาออก หรือยุบสภา ผลมันเป็นแบบนั้น เพราะเท่ากับสภาไม่ไว้ใจ”

เมื่อถามต่อว่า มันคงไปไม่ถึงขั้นนั้นใช่หรือไม่ นาย วิษณุ กล่าวว่า ไม่รู้ ต้องดูวันที่ 3 กรกฎาคม 63 ที่จะมีการลงมติ เมื่อถามอีกว่า จะเกี่ยวข้องกับกระแสข่าวเรื่องการยุบสภาหรือไม่ นายวิษณุ ย้อนถามว่า “ใครพูด ผมไม่เห็นมีกระแสอะไรเลย”

อ่านต่อ

ใส่ความเห็น

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น ช่องข้อมูลจำเป็นถูกทำเครื่องหมาย *