สุดอึ้ง! นักวิชาการเผยถนนเมืองไทย 750 กม. ไม่ปลอดภัยกับนักบิด

สุดอึ้ง! นักวิชาการ เผย 3 ใน 4 ของถนนเมืองไทยไม่ปลอดภัย ต้นเหตุการตายจากมอร์เตอร์ไซค์สูงสุด จี้รัฐจัดงบ 15,000 ล้านต่อปี ลงทุนพัฒนาโครงข่ายถนน ช่วยลดตายปีละ 7,500 คน

ศ.ดร.เกษม ชูจารุกุล ผู้จัดการศูนย์ความเป็นเลิศ ThaiRAP คณะวิศวกรรมศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย หนึ่งในภาคีเครือข่ายโครงการขับเคลื่อนสังคมไทยสู่จักรยานยนต์ปลอดภัย เปิดเผยถึงปัจจัยทางถนนที่ทำให้ประเทศไทยครองแชมป์อุบัติเหตุรถจักรยานยนต์เป็นอันดับ 1 ของโลก ว่า จากการสำรวจสภาพถนนในประเทศไทย มากกว่า 1,000 กิโลเมตร พบว่า 3 ใน 4 ของถนนในเมืองไทย (ประมาณ 750 กิโลเมตร) เป็นถนนที่ไม่ปลอดภัยสำหรับการขับขี่รถจักรยานยนต์ ทำให้เกิดอุบัติเหตุได้ง่าย ไม่ว่าจะเป็นเรื่องของสภาพผิวถนนที่เป็นบ่อ ขรุขระ มีหลุมลึกทำให้เกิดอุบัติเหตุได้ง่าย หรือแม้แต่การออกแบบเรขาคณิตของถนน การเข้าโค้ง การมองเห็น ส่วนใหญ่แล้วเป็นการออกแบบสำหรับรถยนต์มากกว่ารถจักรยานยนต์ ซึ่งมีระยะโค้ง ระยะเบรกแตกต่างจากรถยนต์นั่งธรรมดา

“การออกแบบถนนส่วนใหญ่ มักเป็นการออกแบบให้กับรถยนต์เป็นหลัก ไม่ว่าจะเป็นออสเตรเลีย ฝรั่งเศส อังกฤษ หรือ อเมริกา เพราะสัดส่วนปริมาณรถยนต์ในประเทศเหล่านั้นมีจำนวนมากกว่ารถจักรยานยนต์ แต่ในเมืองไทย สัดส่วนของรถจักรยานยนต์มีมากกว่า แต่ไม่มีถนนที่ออกแบบเพื่อรองรับ จึงเป็นเหตุให้กว่าครึ่งของการตายบนท้องถนนมาจากรถจักรยานยนต์” ศ.ดร.เกษม ระบุ

นอกจากนี้ การบังคับใช้กฎเกณฑ์ที่ไม่สอดคล้องกับสภาพความเป็นจริง เช่น การให้รถจักรยานยนต์วิ่งช่องซ้าย ขณะเดียวกัน รถบรรทุก 6 ล้อ 10 ล้อ ก็วิ่งช่องซ้าย เรียกว่ารถใหญ่กับรถเล็กใช้ช่องทางเดียวกัน ทำให้เราได้ยินข่าวบ่อยๆ ว่า มอเตอร์ไซค์พุ่งเข้าใต้ท้องรถสิบล้อ เป็นสาเหตุของการบาดเจ็บและเสียชีวิตเป็นจำนวนมากในแต่ละปี

ทั้งนี้ ผู้จัดการศูนย์ความเป็นเลิศ ThaiRAP ยังบอกด้วยว่า อีกปัจจัยที่ทำให้เกิดอุบัติเหตุรถจักรยานยนต์ คือ สิ่งอันตรายข้างทาง เช่น เสาไฟฟ้า ต้นไม้ โดยเฉพาะการขับชนต้นไม้เป็นสาเหตุการตายสูงสุด ขณะที่แบริเออร์ที่ออกแบบไว้ส่วนใหญ่เป็นแนวป้องกันสำหรับรถยนต์มากกว่ารถจักรยานยนต์ ขณะที่ในบางประเทศเริ่มมีการทำแบริเออร์สำหรับรถจักรยานยนต์แล้ว เพื่อลดการเกิดอุบัติเหตุที่เป็นสาเหตุของการเสียชีวิตจากมอเตอร์ไซค์บนท้องถนน

ศ.ดร.เกษม กล่าวเพิ่มเติมอีกว่า สมัชชาใหญ่แห่งสหประชาชาติ ประกาศให้ปี 2564-2573 เป็นทศวรรษแห่งการขับเคลื่อนความปลอดภัยทางถนนวาระที่สอง โดยมีเป้าหมายลดการบาดเจ็บและเสียชีวิตจากอุบัติเหตุทางถนนลงร้อยละ 50 ในรายงานโครงข่ายถนนประเทศไทยปลอดภัย เพื่อปกป้องชีวิตประชาชน ระบุว่า โครงข่ายถนนที่มีความปลอดภัย ไม่เพียงแต่จะช่วยเพิ่มความปลอดภัยให้แก่ผู้ขับขี่และโดยสารรถยนต์ แต่ยังช่วยปกป้องผู้ใช้ถนนกลุ่ม “เปราะบาง” คนเดินเท้า ผู้ใช้จักรยาน และจักรยานยนต์ ด้วย

ซึ่งหากรัฐบาลลงทุนกับโครงข่ายถนนภายใต้งบประมาณเพียงแค่ 0.1-0.2% ของจีดีพีในแต่ละปี หรือประมาณ 15,000 ล้านบาทอย่างต่อเนื่อง จะสามารถบรรลุเป้าหมายที่กำหนดให้ 75% ของการเดินทางที่เกิดขึ้นบนถนนมีความปลอดภัย โดยมีถนนที่ผ่านการประเมินในระดับ 3 ดาวหรือสูงกว่า ตามเป้าหมายที่ตั้งไว้ในปี 2573 ที่ในปัจจุบันหากให้คะแนนเป็นดาว 5 ดวง ถนนในประเทศไทยยังอยู่ในระดับ 1-2 ดาวเท่านั้น นอกจากนี้ ยังสามารถลดการสูญเสียชีวิตจากอุบัติเหตุบนท้องถนนได้ถึงปีละ 7,500 คน

หนุ่มซิ่ง เก๋งอีโวฯ เทสต์ความเร็วกลางดึก เสียหลักชนเสาไฟฟ้าดับ

เมื่อเวลา 02.30 น. วันที่ 10 ตุลาคม 2564 ร.ต.ท.อดิเทพ โพธิ์เจริญ รองสารวัตรสอบสวน สภ.เมือง สมุทรปราการ ได้รับแจ้งมีอุบัติเหตุรถยนต์เก๋งชนเสาไฟส่องสว่างข้างทาง มีผู้เสียชีวิตติดอยู่ภายในซากรถ ที่บริเวณถนนศรนครินทร์ช่วงทางโค้ง โรงพยาบาลเปาโล สมุทรปราการ ต.บางเมือง อ.เมือง สมุทรปราการ หลังรับจึงพร้อมด้วยเจ้าหน้าที่มูลนิธิร่วมกุศลสมุทรปราการและเครื่องตัดถ่างเดินทางตรวจสอบ

ที่เกิดเหตุพบรถยนต์เก๋ง ยี่ห้อ มิตซูบิชิ แลนเซอร์ อีโวลูชั่น สีขาว ทะเบียน สอ 675 กรุงเทพมหานคร ชนเสาไฟฟ้า สภาพพังยับเยินทั้งคัน อยู่กับเสาไฟส่องสว่างข้างทาง ภายในรถพบร่างผู้เสียชีวิตเป็นชาย ชื่อ นายรังสิมันต์ อายุ 26 ปี เป็นคนขับ ร่างกระเด็นมาอยู่ที่เบาะคนนั่งด้านซ้าย ติดอยู่ภายในรถ เจ้าหน้าที่มูลนิธิต้องใช้เครื่องตัดโครงเหล็กตัวถังซาก ก่อนนำร่างผู้เสียชีวิตออกมาได้ ในที่เกิดเหตุพบชิ้นส่วนรถกระจายเต็มพื้น และคราบน้ำมันเบรก ไหลเป็นทางไกลกว่า 100 เมตร ไฮโล

จากการสอบถามนายอารีฟ โสมศิริ อายุ 21 ปี ซึ่งพักอาศัยอยู่ฝั่งตรงข้ามจุดเกิดเหตุ ได้เล่าว่า ก่อนเกิดเหตุขณะที่ตนและเพื่อนนอนหลับอยู่ในห้อง ได้ยินเสียงรถเก๋งคันดังกล่าววิ่งวนไปมาอยู่ 2 รอบ ลักษณะคล้ายลองความเร็วรถ เสียงดังสนั่นกลางดึก แต่ก็ไม่กล้าออกมาดู

จนกระทั่งรอบที่สามเสียงรถ น่าจะเป็นคันเดิม ที่เหยียบมาเสียงดังสนั่น ก่อนที่จะเปลี่ยนจากเสียงท่อไอเสีย มาเป็นเสียงชนตูมดังมาก จึงได้รีบออกมาดู และได้พบว่ารถเก๋งชนกับเสาไฟลักษณะพังยับเยิน จึงได้รีบโทรแจ้งเจ้าหน้าที่ตำรวจมาตรวจสอบ ขณะที่เพื่อนผู้ตายหลังทราบเรื่องได้เดินทางมายังที่เกิดเหตุ พร้อมทั้งบอกว่า ก่อนหน้านี้เห็นผู้ตายเคยบอกว่า รถของตนระบบคลัตช์มีปัญหาแต่ก็ไม่ทราบว่าใช่เหตุนี้หรือไม่

เบื้องต้นเจ้าหน้าที่คาดว่า ก่อนเกิดเหตุผู้ตายน่าจะเอารถออกมาทดสอบความเร็ว โดยใช้ความเร็ววนอยู่สองรอบกระทั่งรอบที่สาม คาดว่าน่าจะเสียหลักพุ่งไปชนกับเสาไฟส่องสว่างข้างทางจนเป็นเหตุให้เสียชีวิตดังกล่าว อย่างไรก็ตามเจ้าหน้าที่จะตรวจสอบภาพจากกล้องวงจรปิดที่ติดตั้งอยู่ในละแวกใกล้เคียงที่เกิดเหตุอีกครั้ง เพื่อดำเนินการตามกฎหมายต่อไป

สุดอึ้ง! อุทาหรณ์! ก้มหยิบของขณะขับ รถเสียหลักพุ่งเสยทางขึ้น-ลง สถานีรถไฟฟ้าบีทีเอส ลาดปลาเค้า

หนุ่มใหญ่ขับ BMW ก้มหยิบของ-รถเสียหลักพุ่งเสยทางขึ้น-ลงบันได สถานีรถไฟฟ้าบีทีเอส ลาดปลาเค้า

เมื่อเวลา 06.00 น. วันที่ 17 ต.ค. 64 ร.ต.อ.คีรีเอก บุญมงคล รองสารวัตร (สอบสวน) สน.บางเขน รับแจ้งอุบัติเหตุรถยนต์พุ่งชนทางเดินขึ้น-ลงบันได สถานีรถไฟฟ้าบีทีเอส ลาดปลาเค้า ถนนรามอินทรา ก.ม.2 ขาเข้า แขวงอนุสาวรีย์ เขตบางเขน กทม.จึงรุดไปตรวจสอบพร้อมอาสาสมัครมูลนิธิป่อเต็กตึ๊ง

ที่เกิดเหตุก่อนถึงแยกลาดปลาเค้า พบรถยนต์ ยี่ห้อ BMW รุ่น 525d สีดำ สภาพหน้ารถพุ่งเสยทางขึ้น-ลงบันได สถานีรถไฟฟ้าลาดปลาเค้า โดยมีทรัพย์สินเสียหาย ประกอบด้วย แบริเออร์, กรวยจราจร, ป้ายจราจร, เหล็กนั่งร้าน, ไฟไซเรน, หลอดไฟ, ขาตั้งไฟสปอต์ไลต์ และบันไดทางขึ้นเสียหาย เจ้าหน้าที่จึงบันทึกไว้เป็นหลักฐาน

จากการสอบสวนนายอภิวัฒน์ อายุ 49 ปี คนขับรถให้การว่า ขณะขับมาตามถนนรามอินทรา ขาเข้า มุ่งหน้าแยกลาดปลาเค้า เพื่อกลับบ้านพัก เมื่อมาถึงก่อนบริเวณที่เกิดเหตุ ได้ก้มหยิบสิ่งของในขณะที่รถยังวิ่งอยู่ เงยหน้าอีกทีรถเสียหลักพุ่งชนจุดก่อสร้างสถานีรถไฟฟ้าดังกล่าว

เบื้องต้นเจ้าหน้าที่มีความเห็นว่าความประมาทเกิดจากผู้ขับขี่รถยนต์ จึงแจ้งข้อหาและทำการเปรียบเทียบปรับคดีจราจรต่อไป

สุดอึ้ง! พ่อพาครอบครัวไปเที่ยวทะเล วันเกิดลูกชาย 7 ขวบ ขากลับถูกรถบรรทุกชนดับทั้งพ่อและลูก

พ่อวัย 44 ปีพาครอบครัวไปเที่ยวระยอง หลังวันเกิดของลูกชายวัย 7 ขวบ ขากลับเจอรถบรรทุก 12 ล้อหักหลบรถพ่วง พุ่งข้ามเลนมาชนอัดก๊อบปี้ พ่อและลูกชายวัย 7 ขวบเสียชีวิตคาที่ ส่วนแม่และลูกสาววัย 16 เจ็บสาหัส
เมื่อเวลา 18.30 น.วันที่ 2 ตุลาคม 2564ร.ต.ท.ทศพล สุขเปีย รอง สว.(สอบสวน)สภ.บ้านบึงได้รับแจ้งมีอุบัติเหตุรถชนกันบนถนนสาย 344 บ้านบึง-ชลบุรี ช่วงยูเทิร์น กิโลเมตรที่ 8 พื้นที่หมู่ที่ 2 ตำบลหนองซ้ำซาก อำเภอบ้านบึง จังหวัดชลบุรี มีผู้ได้รับบาดเจ็บและเสียชีวิตคาซากรถหลังรับแจ้งรีบไปตรวจสอบ พร้อมหน่วยกู้ภัยศีลธรรมสมาคมบ้านบึง

ในที่เกิดเหตุพบรถบรรทุก 12 ล้อยี่ห้ออีซูซุ สีขาว สภาพเสียหลักข้ามมาอีกฝั่งของถนน มาชนเข้ากับรถกระบะ 4 ประตู ยี่ห้อมิตซูบิชิ ไทรทัน สีขาว สภาพพังยับเยินถูกอัดก๊อบปี้หน้ารถมีผู้เสียชีวิต 2 ราย และได้รับบาดเจ็บอาการสาหัส 2 ราย สมาคมบ้านบึง ต้องเร่งทำการช่วยเหลือโดยใช้เครื่องตัดถ่างนำคนติดภายในรถออก และได้พบมีผู้เสียชีวิต จำนวน 2 ราย คือ นายชาญณรงค์ ยินดีสุข อายุ 44 ปี เป็นคนขับ สภาพติดอยู่กับพวงมาลัย และเด็กชาย อายุ 7 ปี เป็นลูกชาย

นอกจากนี้ ยังมีผู้ได้รับบาดเจ็บสาหัส ที่มากับรถกระบะ จำนวน 2 รายนางสาวรัชดาภรณ์ บุญศรี อายุ 39 ปี ภรรยาของคนขับและนางสาวชุติกาญจน์ อายุ 16 ปีลูกสาวของคนขับ โดยทั้งคู่ขาหักและแขนหักอาการสาหัสกู้ภัยปฐมพยาบาลก่อนนำส่งโรงพยาบาลบ้านบึงทันที

จากการสอบถามนายสุรสิทธิ์ บุญเลิศ อายุ 37 ปี คนขับรถบรรทุก เล่าว่า ขณะที่ขับรถมาจากทางชลบุรี เพื่อเข้าอำเภอบ้านบึงไปส่งสินค้า พอถึงจุดเกิดเหตุมีรถบรรทุกข้างหน้าเบรคและยูเทิร์นกลับ ทำให้ตัวเองเบรกไม่ทัน จึงหักออกขวา รถได้เสียหลักข้ามไปอีกฝั่งของขาเข้าอำเภอเมืองชลบุรี จังหวะนั้นมีรถกระบะวิ่งสวนขึ้นมาพอดี จึงชนเข้าอย่างจังทำให้มีเป็นเสียชีวิต และบาดเจ็บดังกล่าว ส่วนนายศักดา แขกดำ 35 ปี ที่นั่งมากับตนก็ได้รับบาดเจ็บด้วย

ต่อมานางสาวอมราภรณ์ บุญศรี อายุ 41 ปีเป็นพี่สาวของนางสาวรัชดาภรณ์ บุญศรี อายุ 39 ปีภรรยาของผู้เสียชีวิตได้เดินทางมาที่เกิดเหตุ และได้เล่าว่าวันก่อน 30 กันยายน 2564 เป็นวันเกิดของเด็กชายภูมิภัทร์ ยินดีสุข อายุ 7 ปี ลูกชายของผู้เสียชีวิต พ่อบอกว่าจะพาลูกไปเที่ยวที่ระยอง วันนี้ซึ่งเป็นวันหยุด จึงได้พาครอบครัวไปเที่ยวที่ระยอง เมื่อช่วงเย็นก่อนเกิดเหตุก็ได้ขับรถผ่านหน้าบ้าน จนกระทั่งมารู้อีกทีตอนเกิดเหตุแล้วน่าจะกำลังกลับมาจากระยอง และกำลังจะกลับเข้าบ้านกัน ทีแรกก็นึกว่าแค่ได้รับบาดเจ็บ พอมาถึงก็พบว่ากู้ภัยห่มผ้าขาวแล้วก็ไม่กล้าเข้าไปดู

ขณะที่เฟซบุ๊กของผู้เป็นพ่อ เพิ่งจะเขียนข้อความว่า “สุขสันต์วันเกิดนะครับลูกชายสุดหล่อ 7 ขวบแล้วขอให้หนูสุขภาพแข็งแรง เป็นเด็กดี คนเก่งนะครับ” ซึ่งโพสต์เมื่อวันที่ 30 กันยายน 2564 ที่ผ่านมา

เบื้องต้นทางเจ้าหน้าที่ตำรวจ ได้ตั้งข้อหาคนขับรถบรรทุกขับรถโดยประมาท ทำให้ผู้อื่นเสียชีวิตและบาดเจ็บ ซึ่งจะได้ดูกล้องวงจรปิดและนำมาเป็นหลักฐาน ก่อนจะดำเนินการตามกฎหมายต่อไป

ใส่ความเห็น

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น ช่องข้อมูลจำเป็นถูกทำเครื่องหมาย *