เตือนภัยแม่บ้าน ใช้น้ำยาซักผ้าขาวล้างห้องน้ำ พลาดทำสเปรย์เช็ดกระจกมาโดน

เตือนภัยแม่บ้าน ใช้น้ำยาซักผ้าขาวล้างห้องน้ำพลาดทำสเปรย์เช็ดกระจกมาโดนผลคืออาหารหนักคลื่นไส้ ใจสั่น แอดมิตนอน รพ.ถึง 2 คืน

หญิงสาวรายหนึ่งได้โพสต์แจ้งเตือนในกลุ่มงานบ้านที่รักกรณีใช้น้ำยาฟอกผ้าขาวผสมน้ำนำมาทำความสะอาดห้องน้ำแต่เมื่อน้ำยาดังกล่าวไปโดนกับสเปรย์ทำความสะอาดกระจกกลับเกิดปฏิกิริยาที่ส่งผลให้เธอคลื่นไส้ ใจสั่น หัวใจเต้นแรง ก่อนจะต้องไปหาหมอ และถูกให้แอดมิตนอนโรงพยาบาลถึง 2 คืน

โดยระบุว่า “สวัสดีค่ะแม่บ้านทั้งหลายวันนี้ปูจะขอแชร์ประสบการณ์เกี่ยวกับไฮเตอร์ล้างห้องน้ำค่ะแม่บ้านทั้งหลายต้องระวังคะเกริ่นก่อนว่าลักษณะห้องที่อยู่เป็นคอนโดประมาณ30ตารางเมตรห้องน้ำและห้องนอนห่างกันแต่ไม่ได้กั้นโซนชัดเจนปกติปูใช้ไฮเตอร์ล้างห้องน้ำผสม2ฝาต่อน้ำ2ลิตรล้างคราบเชื้อราถือว่าดีเลิศ สะอาดสุดๆ

ครั้งนี้ก็ทำเหมือนเดิมค่ะผสมน้ำเทราดพื้นทิ้งไว้ซักพักถึงเวลาก็เข้าไปขัดๆที่พื้นพื้นสะอาดแล้วเหลือบไปเห็นกระจกกั้นอาบน้ำสกปรกในใจคิดว่าไม่ได้จ่ะพื้นฉันสะอาดแล้วกระจกฉันต้องใสด้วยเลยขัดกระจกต่อด้วยสเปรย์ทำความสะอาดกระจกกั้นอาบน้ำยี่ห้อหนึ่ง ฉีดๆ พ่นๆ ไป แล้วขัดซักพัก กระจกใสปิ๊งค่ะประทับใจ

เตือนภัยแม่บ้าน สะอาดครบแล้วก็ฉีดน้ำเปล่าล้างน้ำยาออก ทั้งกระจกและพื้น ความฉิบหายเกิดตรงนี้ค่ะ น้ำยาจากกระจกลงมาผสมกับไฮเตอร์ที่พื้น ทำปฏิกิริยากัน แต่เราไม่ได้รู้สึกอะไรขณะนั้นนะคะ ได้แค่กลิ่นหอมของน้ำยาฉีดกระจกอยู่อ่อนๆ

ผ่านไป 3 ชั่วโมงนอนอยู่กำลังจะหลับเริ่มรู้สึกอยากจะอาเจียนใจสั่นมือสั่นวัดpluseoximeterปลายนิ้วหัวใจเต้น129-134คุณพระตกใจมากช่วงตกใจพุ่งไปถึง140เลยตั้งสติแล้วเลิกตกใจก่อนค่ะ กลัวตาย

รีบโทรหาERพยาบาลแนะนำให้ออกมาสูดอากาศด้านนอกดื่มน้ำเยอะๆไม่หายค่าาทุกคนนใจสั่นอย่างต่อเนื่องดูอาการประมาณ1ชั่วโมงไม่ดีขึ้นตัดสินใจขับรถไปรพ.เองเลย เพราะอยู่คนเดียวด้วย เคอร์ฟิวแล้วด้วย (เราอยู่ใกล้ รพ.)มือก็สั่นใจก็สั่นโดนแอดมิตอยู่2คืนค่ะ

คุณหมอปรึกษาเคสกับศูนย์พิษวิทยา สรุปว่าเราอาจจะสูดดมก๊าซที่เกิดจากการทำปฏิกิริยากันเป็นเวลานาน โชคดีของเราก็คือเราเจือจางไฮเตอร์ก่อนใช้ ก๊าซที่ออกมาเลยไม่ได้มีความเข้มข้นรุนแรงจนทำให้หมดสติ

ทั้งนี้น้ำยาซักผ้าขาวมักมีส่วนผสมของสารเคมีที่ชื่อโซเดียมไฮโปคลอไรต์ขณะที่น้ำยาล้างห้องน้ำจะมีหลายสูตรแต่สูตรที่นิยมจะมีกรดไฮโดรคลอริกสารทั้งสองตัวนี้เมื่อผสมกันก็จะเกิดก๊าซคลอรีนขึ้นซึ่งก๊าซคลอรีนมีอันตรายต่อร่างกายมนุษย์เช่นก่อให้เกิดการระคายเคืองต่อตา จมูก ปาก หลอดลม และผิวหนัง เพราะก๊าซคลอรีนจะทำลายเนื้อเยื่อต่างๆ ได้ และเมื่อหายใจเข้าไป มันจะเข้าไปสู่ปอด ทำให้หายใจติดขัด และทำให้เกิดของเหลวคั่งในปอด เป็นอันตรายได้ โดยเฉพาะหากมีโรคหอบหืด

สาวผงะ เจอหนุ่มลวกก๋วยเตี๋ยวโชว์กลางรถตู้โดยสาร แถมสะกิดให้ดูหลายรอบ

สาวโพสต์เตือนภัย นั่งรถตู้โดยสาร วินกลางกรุง เจอหนุ่มลวกก๋วยเตี๋ยวโชว์ แถมสะกิดเรียกให้ดูอยู่หลายรอบ

เฟซบุ๊กแฟนเพจ อยากดังเดี๋ยวจัดให้รีเทิร์นpart 2ได้แชร์โพสต์ของหญิงสาวผู้ใช้เฟซบุ๊กรายหนึ่งโพสต์ภาพและคลิปเหตุการณ์บนรถตู้โดยสารวิ่งระหว่างมีนบุรีมาจตุจักรเมื่อเจอหนุ่มโรคจิตช่วยตัวเองบนรถ

ผู้โพสต์เล่าว่าเตือนภัยไม่เคยคิดเหมือนกันว่าจะมาเจอกับตัวเองเมื่อเช้าวันที่29ต.ค.ที่ผ่านมาในระหว่างกำลังเดินทางไปทำงานขึ้นรถตู้มีนบุรี-จตุจักรระหว่างทางเราก็นั่งเล่นโทรศัพท์ไปตามปกติคนในรถก็ค่อยๆทยอยกันลงอยู่ดีๆ มีผู้ชายคนหนึ่งที่นั่งอยู่เบาะหลังสุด ไม่แน่ใจเหมือนกันว่าขึ้นมาก่อนเราหรือขึ้นมาตอนไหน เพราะไม่ทันได้สังเกต

ผู้ชายคนนั้นย้ายมานั่งข้างๆเรา(เราอยู่ช่วงกลางรถนั่งติดกระจก)ข้างหลังถัดจากเราไม่มีคนแล้วตอนแรกไม่ได้เอะใจนึกว่าเขากำลังจะลงรถหรือเปล่าเลยย้ายมานั่งตรงนี้ ประมาณ 2 นาทีต่อมา เรารู้สึกแปลกๆ จากการใช้หางตามองว่าเหมือนเขากำลังทำอะไรสักอย่าง แต่เราไม่ได้หันไปมอง

ทีนี้สักพักเริ่มรู้แล้วว่าเขากำลังช่วยตัวเองเพราะเขาใช้แขนมาสะกิดเราประมาณ2-3ครั้งเราก็เอาแขนหลบทำเป็นไม่สนใจและก็หันไปมองทางอื่นเขาก็เอาเท้ามาสะกิดอีกเพื่อที่จะให้เราหันไปมองตอนนั้นคือมือสั่นมาก แต่เก็บอาการอยู่ไม่กล้าโวยวายให้ใครช่วยเพราะในรถมีแต่คนแก่ คนขับก็คนแก่ทั้งหมดในรถมี5คน เรา เขา และก็คนแก่ 3 คน

ตอนนั้นบอกตรงๆ ว่าทำตัวไม่ถูกก็แกล้งโทรหาคนอื่นให้คุยเป็นเพื่อนก่อนเขาก็สะกิดเราไม่หยุดเลยเขาทำอยู่อย่างนั้นจนสำเร็จความใคร่แล้วก็ลงรถไปใครพบใครเห็นบุคคลในภาพระวังไว้น่ากลัวมาก ปล.ไอ้โรคจิตมันลงรถแถวๆ เส้นเสนา”

สาวโพสต์เตือนภัย เจอแก๊งตบทรัพย์ทำทีขับรถเบียด ก่อนลงมาเรียกเงินค่าซ่อม 4,000

สาวโพสต์เตือนภัย เจอแก๊งตบทรัพย์ ขับรถเบียด ก่อนเรียกเงินค่าซ่อม 4,000

เมื่อวานนี้ (22 ต.ค.) หลังจากกรณีผู้ใช้เฟซบุ๊กรายหนึ่ง ได้โพสต์ข้อความว่าเมื่อเกิดเหตุแบบนี้ควรทำยังไงคะ หักรถขับเข้ามาชนเราแล้วเรียกเงินเรา4000แต่เราไม่ให้ก่อนหน้าที่จะถ่ายคลิปเราเลยเอาโทรศัพท์มาถ่ายคลิป ก็เป็นแบบในคลิปเลยค่ะ ปล. รถเขายับทั้งคันโดยเฉพาะข้างขวา #ไม่ยอมให้เราเรียกประกันด้วยค่ะ ช่วยกันแชร์ด้วยนะคะ เผื่อใครโดนแบบนี้”

ต่อมาในเวลาประมาณ 17.00 น. ผู้สื่อข่าวลงพื้นที่บริเวณที่เกิดเหตุถนนราชพฤกษ์มุ่งหน้าถนนรัตนาธิเบศร์หน้าร้านไทยนิยมวัสดุก่อสร้างต.ท่าอิฐ อ.ปากเกร็ด จ.นนทบุรี พบผู้เสียหายซึ่งเล่าว่าเมื่อช่วงเวลาประมาณ 08.00 น. ของวันที่ 22 ต.ค. ตนและแฟนได้ขับรถมาพร้อมลูกจ้างอีกหนึ่งคน โดยรถที่ตนขับมาเป็นรถกระบะติดหลังคายี่ห้อ อีซูซุ สีเทา ทะเบียน กทม. เดินทางมาจากจังหวัดปทุมธานีเพื่อจะไปทำงานที่หมู่บ้านพฤกษ์ภิรมย์ จังหวัดนนทบุรี โดยใช้เส้นทางนี้เป็นประจำ

ขณะเกิดเหตุตนขับรถอยู่ในเลนกลาง ส่วนรถคู่กรณีนั้นขับอยู่ด้านหน้าตนจากนั้นตนขับแซงขึ้นไปด้านขวาและเห็นว่ารถของคู่กรณีมีแต่รอยยุบรอบคันเหมือนถูกชนมาหลายครั้งจากนั้นเมื่อตนขับเข้ามาที่เลนขวาแล้วคนขับรถคันดังกล่าวมีการมองมาทางรถของตน จากนั้นรถคู่กรณีก็เบี่ยงเข้าเลนซ้ายไป

หลังจากนั้น เมื่อตนเห็นเลนกลางว่างจึงตัดสินใจเปลี่ยนจากเลนขวากลับเข้าสู่เลนกลางแล้วจู่ๆพอรถคู่กรณีเห็นตนเปลี่ยนเลนจึงเร่งเครื่องจากเลนซ้ายที่เขาอยู่เข้ามาเบียดรถของตนที่เลนกลางตอนนั้นรถส่ายไปมาโชคดีที่ตอนเช้ารถของตนบรรทุกพวกปูนกับทรายมาเพื่อจะไปส่งให้ที่ทำงาน จึงทำให้รถหนักบวกกับที่ตนขับมาไม่เร็วมาก จึงไม่เป็นอะไรมาก ตอนนั้นตนยังไม่สามารถนำรถเข้าจอดได้ เนื่องจากถูกเบียดแล้วรถกระเด็นกลับไปที่เลนขวา จึงต้องขับประคองไปเรื่อยๆ เพื่อหาจังหวะเข้าซ้ายเพื่อจอดรถ จนเลยไปไกลจากจุดที่ชนกัน

เมื่อผู้เสียหายนำรถเข้าจอดฝั่งซ้ายได้ ฝ่ายคู่กรณีซึ่งเป็นผู้ชายขับรถยนต์ยี่ห้อ ฮอนด้า รุ่นแจ๊ส สีบรอนซ์ ทะเบียน กทม. แผ่นป้ายทะเบียนใช้ลวดผูกติดไว้ เดินลงมาถามว่ารถของตนนั้นมีประกันชั้นหนึ่งหรือไม่ ตนจึงตอบไปว่ารถมันเก่าแล้วมีแต่ประกันชั้น 3 ฝั่งผู้ชายคู่กรณีจึงถามกลับมาว่า ชั้น 3+ หรือไม่ ตนก็ตอบไปว่า ชั้น 3 ธรรมดา ซ่อมแต่รถคู่กรณี ซึ่งฝ่ายชายคู่กรณีก็ถามต่อว่าตนเสียประกันปีละเท่าไร ตนจึงตอบกลับไปว่า ปีละกว่า 3,000 บาท รวม พ.ร.บ.ด้วย

ฝ่ายคู่กรณีจึงบอกกับตนว่ารถของเขาทำประกันชั้น1มา8ปีแล้วไม่เคยเคลมเลยดังนั้นเขาจะขอเคลมเองและขอค่าซ่อมจากตน4,000บาทซึ่งตนก็บอกถ้าจะเอาเงิน4,000บาทตนจะไม่จ่ายให้เรียกประกันมาซึ่งฝ่ายคู่กรณีมีอาการไม่พอใจ อ้างว่าจะรีบไปทำงานหากไปไม่ทันจะโดนไล่ออก ซึ่งตอนแรกยังไม่ได้ถ่ายคลิปก็มีการพูดจากันตามปกติ แต่พอดูเหมือนว่าฝ่ายคู่กรณีเห็นว่าตนไม่จ่ายเงินก็เริ่มโวยวายจะเอาให้ได้ ตนจึงตัดสินใจหยิบโทรศัพท์มาถ่ายตามที่เป็นคลิป

หลังจากคุยกันสักพัก ฝ่ายนคู่กรณีก็บอกว่างั้นไม่เป็นไรคุณไม่มีน้ำใจเดี๋ยวผมไปซ่อมเองก็ได้จากนั้นชายคนดังกล่าวก็เดินเข้ามาหาตนแล้วบอกให้ตนลบคลิปที่ถ่ายไว้พอตนลบฝ่ายผู้ชายคนดังกล่าวก็เดินกลับขึ้นรถพร้อมกับขับถอยหลังออกจากจุดเกิดเหตุเป็นระยะทางกว่า200-300เมตรเพื่อมาออกทางคู่ขนานซึ่งทำให้ตนสงสัยเป็นอย่างมากว่าทำไมไม่ขับไปข้างหน้าเพราะข้างหน้าก็มีทางออกเช่นกันแต่ทำไมเลือกที่จะถอยหลังไปในระยะทางไกลขนาดนั้นเพื่อจะออกจากทางขนาน ส่วนตัวเชื่อว่าน่าจะเป็นแก๊งตบทรัพย์ เพราะรถของฝั่งคู่กรณีมีร่องรอยการถูกชนถูกเบียดรอบทั้งคัน ทั้งแผ่นป้ายทะเบียนยังใช้ลวดมัดเอาไว้อีก

ทั้งนี้ ผู้เสียหายกล่าวเพิ่มเติมว่าตอนที่เกิดเหตุนั้นตนกลัวมากแต่ก็พยายามข่มใจไว้พยายามตั้งสติและคิดว่าหากมีอะไรแฟนที่อยู่ในรถกับลูกน้องอีกหนึ่งคนคงจะพอช่วยตนได้จึงอยากฝากไปถึงทุกคนหากเกิดเรื่องราวแบบนี้ขึ้นพยายามตั้งสติ หรือโทรเรียกใครก็ได้ให้มาอยู่เป็นเพื่อน หรือโทรเรียกประกัน อย่ายอมให้เงินไปโดยเด็ดขาด เพราะตนเชื่อว่าคนกลุ่มนี้อาจจะทำเป็นขบวนการ ซึ่งตนเห็นข่าวมาเยอะในลักษณะแบบนี้

สาวสวยขับเก๋งเบียด หวังตบทรัพย์คุณตาวัย 72 เหยื่อไหวพริบดีหลอกพาเข้าบ้านตำรวจ

สาวขับเก๋งตามประกบตาวัย 72 เรียกให้จอดบอกขับรถชน จะเอาค่าเสียหาย เหยื่อไหวพริบดีเลี้ยวเข้าบ้านตำรวจ คนร้ายเผ่นแน่บ

(24 มิ.ย.64) ผู้สื่อข่าวได้รับแจ้งจากชาวบ้านว่ามีคุณตาคนหนึ่งเป็นชาวอ.นางรอง จ.บุรีรัมย์ ถูกแก๊งมิจฉาชีพขับเก๋งและรถกระบะตามประกบก่อนอ้างว่าตาขับรถเฉี่ยวชนเป็นรอยจะเรียกค่าเสียหายแต่คุณตาไหวพริบดีขับรถเลี้ยวเข้าบ้านญาติที่เป็นตำรวจแต่คนร้ายกลับขับรถเผ่นหนีไปอย่างรวดเร็วมั่นใจเป็นแก๊งตบทรัพย์

จากนั้นผู้สื่อข่าวจึงได้ลงพื้นที่ไปสอบถามคุณตาที่ประสบเหตุคือนายริดอายุ72ปีชาวบ้านหนองปรือใหญ่ ต.ลำไทรโยง อ.นางรอง โดยคุณตาริด เล่าให้ฟังว่า เมื่อวันก่อนเวลาประมาณเที่ยงเศษๆ ได้ขับรถกระบะนิสสัน สีน้ำเงินหมายเลขทะเบียน บค 7288 บุรีรัมย์ กลับจากทำธุระในตัวอำเภอนางรองเพื่อจะกลับบ้าน โดยขับมาตามถนนสายโชคชัยเดชอุดม หมายเลข 24 พอถึงช่วงเลยโรงเรียนนางรองพิทยาคม สังเกตเห็นรถเก๋งคันสีขาวจำยี่ห้อและหมายเลขทะเบียนไม่ได้ ขับช้าๆ ลักษณะเหมือนจะคร่อมเลน ตนจึงตัดสินใจหาจังหวะแซงขึ้น หลังจากที่แซงแล้วรถเก๋งคันดังกล่าวก็ขับตามหลังกระชั้นชิด

ต่อมาก็มีกระบะอีกคันขับมาประกบด้านขวาสักพักรถเก๋งก็ขับมาเบียดตรงท้ายรถฝั่งด้านซ้ายก่อนจะมีผู้หญิงรูปร่างหน้าตาดีอายุประมาณ40ปีเรียกให้จอดรถเพื่อลงมาเจรจากันตาเลยบอกให้ไปจอดคุยกับปั๊มน้ำมันจากนั้นผู้หญิงที่ขับรถเก๋งก็เรียกค่าเสียหายจากตา 5,900 บาท แต่พนักงานปั๊มบอก ตาไม่ได้ผิดเพราะตาถูกรถเก๋งชนท้าย ซึ่งตาเองก็งงว่าไปเฉี่ยวชนตอนไหน และคิดว่าอาจจะเป็นแก๊งตบทรัพย์เหมือนที่เคยเป็นข่าวในหลายพื้นที่ และไม่รู้ว่าในรถเก๋งมีใครอยู่อีกหรือไม่ แล้วกระบะอีกคันที่ขับมาประกบเป็นพวกเดียวกันหรือไม่ ตาจึงออกอุบายบอกให้ผู้หญิงคนดังกล่าวไปตกลงกันที่บ้าน

จากนั้นตาก็ขับรถเลี้ยวเข้าไปในบ้านญาติที่เป็นตำรวจ ก็เล่าให้ญาติคนดังกล่าวฟังพอญาติที่เป็นตำรวจทำทียกวิทยุสื่อสารขึ้นมาเพื่อจะแจ้ง ร้อยเวรที่โรงพักให้มาช่วยพูดคุย แต่จู่ๆ รถเก๋งคันดังกล่าวที่ตามมาเพื่อจะเรียกค่าเสียหายก็ขับหลบหนีไปอย่างรวดเร็ว

เหตุการณ์นี้คุณตาริดมั่นใจว่าน่าจะเป็นแก๊งตบทรัพย์ส่วนที่อ้างว่าตนเองเฉี่ยวชนรถเสียหายนั้นจากที่ดูรอยรถตัวเองก็เป็นรอยที่มีอยู่ก่อนหน้านี้แล้วส่วนรถเก๋งก็น่าจะเป็นรอยเก่าที่ไว้สำหรับตบทรัพย์หากินแบบนี้เคราะห์ดีที่ครั้งนี้ตาไหวตัวทันไม่ตกเป็นเหยื่อ ก็อยากเตือนภัยผู้ใช้รถใช้ถนนโดยเฉพาะผู้สูงอายุที่ไปไหนมาไหนลำพัง ให้ระวังแก๊งมิจฉาชีพที่หากินลักษณะนี้ หากมีการเฉี่ยวชนกันจริงควรแจ้งเจ้าหน้าที่ตำรวจ

สภ.วังน้ำเขียววุ่น! ผู้ต้องหาต่างด้าวติดโควิด ตำรวจที่สัมผัสใกล้ชิดต้องกักตัว

สภ.วังน้ำเขียววุ่น! หลังพบผู้ต้องหาต่างด้าวติดโควิด เร่งตรวจคัดกรองหาเชื้อด่วนขณะกู้ภัยพ่นฉีดยาฆ่าเชื้อโรคในโรงพัก

พ.ต.อ.พีรพงศ์ ธนโพธิ์ชัยผกก.สภ.วังน้ำเขียวเปิดเผยว่าเมื่อกลางดึกคืนที่ผ่านมา30 ตุลาคม 2564ตำรวจชุดสืบสวนโรงพักวังน้ำเขียว จับกุมตัวแรงงานต่างด้าวหญิงชาวกัมพูชา อายุ 27 ปี ในข้อหาหลบหนีเข้าเมือง บริเวณศาลาที่พักริมทาง ถนนสาย 304 หมู่ 10 ต.วังน้ำเขียว อ.วังน้ำเขียว จ.นครราชสีมา ซึ่งภายหลังจับกุมตัว ได้ควบคุมตัวไปตรวจสอบหาเชื้อไวรัสโควิด-19 ที่โรงพยาบาลวังน้ำเขียว ปรากฏผลเป็นบวก ติดเชื้อโควิด-19 จึงรีบนำตำรวจชุดจับกุม รวม 3 นายไปตรวจหาเชื้อในเบื้องต้นผลเป็นลบไม่พบเชื้อทางโรงพยาบาลฯ จึงสั่งกักตัว14วันและ1สัปดาห์ผ่านไปจะให้ไปตรวจสอบหาเชื้ออีกครั้ง

ทั้งนี้ พ.ต.อ.พีรพงศ์ฯได้รายงานให้ผู้บังคับบัญชาทราบตามลำดับภายหลังรับทราบข้อมูลผลการตรวจแล้วพร้อมกับประสานหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเข้าตรวจสอบสถานที่เสี่ยงทั้งหมดและขอให้เจ้าหน้าที่สาธารณสุขตรวจเชิงรุกโดยมีเจ้าหน้าที่กู้ภัยฮุก31จุดไทยสามัคคี มาพ่นฉีดยาฆ่าเชื้อโรคภายใน สภ.วังน้ำเขียวทันที เพื่อความปลอดภัยของเจ้าหน้าที่และประชาชนที่มาติดต่อราชการ

สลด! ด.ต.ยิงตัวตายคาบ้านพัก ภรรยาเผย หลอนก่อนก่อเหตุอ้างเป็นร่างทรง 2,000 ปี

สลดดาบตำรวจสันติบาลกาฬสินธุ์ใช้ปืนขนาด 9 มม.ยิงศีรษะตัวเองเสียชีวิตในบ้านพักกลางดึก ขณะที่ภรรยาเผยสามีเครียดปัญหาหนี้สิน

พ.ต.ท.สุขสวัสดิ์ โคตรคำสว.สอบสวน สภ.กุฉินารายณ์จ.กาฬสินธุ์ได้รับแจ้งเหตุมีบุคคลยิงตัวตายภายในบ้านเลขที่111หมู่ที่ 8 บ้านชาด ต.นาโก อ.กุฉินารายณ์ จ.กาฬสินธุ์ หลังรับแจ้งจึงรายงานไปยังผู้บังคับบัญชา พร้อมประสานไปยังเจ้าหน้าที่กู้ภัยมูลนิธิเจ้าปู่บัวขาวและแพทย์โรงพยาบาลสมเด็จพระยุพราชกุฉินารายณ์ออกตรวจสอบบ้านเกิด

โดยที่เกิดเหตุพบเป็นบ้านไม้สองชั้นพบศพผู้เสียชีวิตอยู่บริเวณชั้นล่างของบ้านเป็นเพศชายสภาพนอนจมกองเลือดบริเวณขมับศีรษะด้านขวาถูกยิงด้วยอาวุธปืน1นัดข้างศพมีอาวุธปืน9มม.วางอยู่ ทราบชื่อผู้เสียชีวิตคือ ด.ต.มหิทธิเดช (สงวนนามสกุล) อายุ 50 ปี สังกัดตำรวจสันติบาล จ.กาฬสินธุ์ จากการตรวจสอบที่เกิดเหตุไม่พบร่องรอยการต่อสู้ คาดว่าน่าจะเป็นเหตุการณ์ยิงตัวตาย ก่อนที่ช่วงสายเจ้าหน้าที่พิสูจน์หลักฐานได้เข้าเก็บหลักฐานในที่เกิดเหตุอีกครั้ง

จากการสอบถามนางอรุณ อายุ 42 ปี ภรรยา ทราบว่า ก่อนเกิดเหตุ ด.ต.มหิทธิเดช ได้นั่งดื่มเบียร์ไป 1 ขวด แล้วดื่มเหล้าขาวต่อไปอีก 1 ขวด จากนั้นเกิดอาการคล้ายคนหลอนคิดว่าตนเป็นร่างทรงสองพันปี แล้วมีการชักปืน จะยิงตนช่วงสองทุ่มขณะกำลังนั่งทานข้าว ตนจึงได้เกลี้ยกล่อมแล้วบอกกับสามีว่าอย่ายิงนะนี่คือภรรยา คือเมียของคุณ หลังจากนั้นสามีได้เก็บปืนเหน็บไว้ที่เอวแล้วก็เดินเข้ามาในบ้าน สักพักไม่นานสามีก็พูดอีกครั้งว่าตนคือร่างทรงอายุสองพันปีใส่ชุดสีชมพูแล้วจะยิงภรรยาอีกครั้ง แต่ตนก็พยายามเกลี้ยกล่อม แล้วบอกว่านี่คือภรรยาของคุณ สามีก็เก็บปืนไว้ จากนั้นเวลาประมาณ 02.00 น. ก็ได้แยกย้ายกันเข้าห้องนอน

นางอรุณ กล่าวอีกว่า หลังจากนั้นเวลาประมาณ 03.00 น. ตนและลูกก็ได้ยินเสียงปืนดังขึ้น 1 นัดจึงได้รีบวิ่งออกมาดู ก็พบว่าสามีนอนจมกองเลือดอยู่หน้าห้อง บริเวณใต้ถุนบ้านชั้นล่าง จึงได้พาลูกทั้งสองคนไปส่งให้กับป้าที่อยู่บ้านใกล้กันแล้วโทรแจ้งเจ้าหน้าที่ตำรวจ ส่วนสาเหตุที่สามีของตนก่อเหตุยิงตัวเองเสียชีวิตครั้งนี้ ส่วนคาดว่าน่าจะมาจากภาวะความเครียดของปัญหาหนี้สินที่กู้ยืมมาก่อนหน้านี้ แต่สามีไม่เคยบอกว่ามีหนี้เท่าไหร่และยืมมาทำอะไร เพราะสามีเป็นคนไม่ชอบให้ยุ่งและถามเรื่องส่วนตัว จึงอาจจะเป็นชนวนเหตุ ของการยิงตัวตายในครั้งนี้ สำหรับตัวเองแล้วไม่คิดติดใจสำหรับสาเหตุการเสียชีวิต เพราะปกติสามีของตนก็เป็นคนเครียดและอารมณ์ร้อนอยู่แล้ว

ด้านพล.ต.ต.วรวัฒน์ มะลิ รักษาราชการแทนผบก.ภ.จว.กาฬสินธุ์ กล่าวว่า ได้รับรายงานเหตุการณ์ดังกล่าวแล้ว เบื้องต้นเท่าที่สอบถามญาติสาเหตุน่าจะเกิดจากความเครียดเรื่องหนี้สินในครอบครัว ส่วนเรื่องงานนั้นจากการตรวจสอบไม่มี เนื่องจากด.ต.มหิทธิเดชเป็นคนตั้งใจทำงาน ขยัน และเป็นคนที่รักของเพื่อนร่วมงานและผู้บังคับบัญชา อย่างไรก็ตามเจ้าหน้าที่ได้ทำการส่งศพไปชันสูตรเพื่อหาสาเหตุการเสียชีวิตอย่างละเอียดอีกครั้งก่อนที่จะส่งมอบให้ญาตินำไปบำเพ็ญกุศลต่อไป ไฮโล

ใส่ความเห็น

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น ช่องข้อมูลจำเป็นถูกทำเครื่องหมาย *