“บิ๊กตู่” ลั่นไม่แก้ ม.112 ย้ำรัฐบาลไม่เอาด้วยเพราะ “ไม่มีใครคิดล้มล้างสิ่งดีๆ

“บิ๊กตู่” นายกฯ ลั่นไม่แก้ ม.112 ยืนยันรัฐบาลไม่เอาด้วยในสภาฯ อย่าทำลายสิ่งที่เคารพนับถือ ไม่มีใครล้มล้างประเพณีดีๆ

วานนี้ (3 พ.ย.) ที่กองบิน 6 (บน.6) ดอนเมือง กรุงเทพฯ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม กล่าวภายหลังเดินทางกลับจากภารกิจเข้าร่วมการประชุมระดับผู้นำในการประชุมรัฐภาคีกรอบอนุสัญญาสหประชาชาติว่าด้วยการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ สมัยที่ 26 ณ เมืองกลาสโกว์ สหราชอาณาจักร โดยยืนยันจุดยืนในฐานะเป็นนายกรัฐมนตรี ว่า รัฐบาลไม่มีการให้เสนอแก้ไข ประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 112 รวมถึงไม่แก้ไขรัฐธรรมนูญที่กำลังมีการเคลื่อนไหวในขณะนี้ที่จะขยายความแก้ไขในเรื่องเดียวกัน ซึ่งเรื่องนี้พรรคร่วมรัฐบาลไม่เห็นด้วย ส่วนฝ่ายอื่นที่จะแก้ก็ว่ากันไป

“บิ๊กตู่” “ยืนยันไม่มีการเสนอให้มีการแก้ไข มาตรา 112 ยืนยันในฐานะที่ผมเป็นนายกรัฐมนตรี ผมเป็นรัฐบาล ส่วนการพิจารณาเรื่องนี้ การแก้ไขรัฐธรรมนูญมันจบไปแล้วในขั้นตอนวาระหนึ่ง” พล.อ.ประยุทธ์ ระบุ

มติฝ่ายค้านจ่อยื่นอภิปรายทั่วไป-ดึงปัญหา ม.112 ให้รัฐสภาพิจารณา เปิดทาง ส.ส.เสนอแก้
ทั้งนี้ นายกรัฐมนตรี กล่าวเพิ่มเติมว่า “มันมีเรื่องแก้ไขสำคัญเรื่องเดียวจะขยายความตรงอื่น บรรดาสมาชิกฝ่ายรัฐบาลไม่เห็นด้วยอยู่แล้ว เป็นเรื่องของฝ่ายใดก็ว่ากันไป ผมคิดว่าอันนี้เป็นเรื่องสำคัญความมั่นคงของประเทศเรา เราอย่าทำลายสิ่งที่เคารพนับถือของพวกเรากันเลย คนไทยทั้งประเทศนี่แหละ จำนวนบางกลุ่มเท่านั้นที่ยังไม่เข้าใจ วันหน้าเขาคงเข้าใจมากยิ่งขึ้น ผมก็หวังอย่างนั้น”

“ทุกประเทศมีประวัติศาสตร์มากทั้งหมด ประเพณียาวนาน ไม่มีใครเขาทำ สิ่งดีๆ ที่สืบทอดกันมาไปล้มล้าง ทำสิ่งใหม่ๆ ที่มันไม่มีกฎกติกา เป็นไปไม่ได้” พล.อ.ประยุทธ์ กล่าวย้ำ

มติฝ่ายค้านจ่อยื่นอภิปรายทั่วไป-ดึงปัญหา ม.112 ให้รัฐสภาพิจารณา เปิดทาง ส.ส.เสนอแก้

“ชลน่าน” เผยมติพรรคร่วมฝ่ายค้าน เตรียมยื่นอภิปรายทั่วไป ม.152 ชำแหละ 4 วิกฤตใหญ่ของรัฐบาล ใช้เวทีสภาดึงปัญหาการบังคับใช้กฎหมายละเมิดสิทธิประชาชนเข้าสู่สภา เปิดทาง ส.ส.เสนอร่างกฎหมายได้ เรียกร้องรัฐบาลหยุดใช้กฎหมายใส่ร้ายฝ่ายประชาธิปไตย

วันนี้ (3 พ.ย.) ที่รัฐสภา นพ.ชลน่าน ศรีแก้ว หัวหน้าพรรคเพื่อไทย พร้อมพรรคร่วมฝ่ายค้าน ระบุภายหลังการประชุมวิปฝ่ายค้านว่า ขณะนี้รัฐบาลกำลังเผชิญวิกฤตเศรษฐกิจ วิกฤตการสาธารณสุขเรื่องโควิด-19 วิกฤตศรัทธาทางการเมือง การละเมิดสิทธิเสรีภาพ และวิกฤตเสถียรภาพของรัฐบาลที่ไม่มีความมั่นคง ซึ่งจะใกล้หมดอายุรัฐบาล โดยฝ่ายค้านจะทำงานภาพใหญ่ จะมีกรรมการประสานงานสภาฯ ขับเคลื่อนตรวจสอบกลไกของรัฐสภา

ดังนั้น พรรคร่วมฝ่ายค้านมีมติเอาปัญหาประชาชนเป็นตัวตั้ง พรรคร่วมฝ่ายค้านจะรับเรื่องเหล่านั้นมาแก้ไขปัญหาในรัฐสภา จะเป็นวิธีการที่ดีที่สุด โดยวิกฤตประเทศชาติและความมั่นคง ฝ่ายค้านจะรับเรื่องทั้งทางตรงทางอ้อม

ส่วนการนำเสนอญัตติเปิดอภิปรายทั่วไป ตามรัฐธรรมนูญ มาตรา 152 เพื่อเสนอแนะที่เป็นปัญหาของประชาชน โดยพรรคร่วมฝ่ายค้านจะเสนอญัตติร่วมกันขอเปิดอภิปรายทั่วไปแบบไม่ลงมติ ส่วนเรื่องอื่นๆ ฝ่ายค้านจะทำหน้าที่ตามระเบียบวาระให้ดีที่สุด ส่วนการแก้ไขเพิ่มเติมรัฐธรรมนูญ เมื่อมี พ.ร.บ.ประชามติ จะเสนอให้มีการทำประชามติโดยเสนอผ่านรัฐบาล เมื่อทำประชามติและแก้ไขรัฐธรรมนูญ จะเข้าสู่การทำรัฐธรรมนูญฉบับใหม่

ฝ่ายค้านขอดันปมปัญหาใช้กฎหมายลิดรอนสิทธิเข้าสภา ให้ ส.ส.เสนอแก้ไข
นพ.ชลน่าน ระบุว่า พรรคร่วมฝ่ายค้านยังได้หารือเห็นพ้องต้องกัน การบังคับใช้กฎหมายที่ลิดรอนสิทธิเสรีภาพทำให้เกิดนักโทษทางความคิด ใช้กฎหมายเป็นเครื่องมือ ซึ่งฝ่ายค้านไม่อยากให้มีกรณีเช่นนี้เกิดขึ้น ถ้าเกิดขึ้นต้องได้รับการดูแลช่วยเหลือ และเรื่องนี้เป็นปัญหาที่เกิดจากพี่น้องประชาชน ทั้งเสนอให้แก้ไขและไม่แก้ไข เราเป็นฝ่ายนิติบัญญัติจะใช้เวทีสภาฯ เป็นเวทีแก้ปัญหา จะรับมาทุกความเห็น เราจะรับมาสู่สภา

ส่วนจะแก้ไขอย่างไรจะขึ้นอยู่ที่ประเด็นเนื้อหาสาระ และกลไกรัฐสภาในการแก้ไข ส่วนจะยกร่างแก้ไขนำเสนอเองหรือไม่นั้น พรรคร่วมฝ่ายค้านจะไม่ได้ดำเนินการ แต่จะรับประเด็นปัญหาเข้ามา ส่วน ส.ส.คนใดจะเสนอแก้ไขก็เป็นไปตามบทบัญญัติของรัฐธรรมนูญ

“ฝ่ายค้านเรียกร้องรัฐบาลหยุดนำประเด็นนี้มาเป็นประเด็นทางการเมือง จะกล่าวหาใส่ร้ายพวกเราในฐานะฝ่ายประชาธิปไตยที่ยึดถืออำนาจเป็นที่ตั้ง เพียงเพื่อกลบเกลื่อนสิ่งที่รัฐบาลประสบปัญหา ถ้าทำอย่างนี้จะทำให้เกิดความแตกแยก บิดเบือน มีผลกระทบต่อสถาบันฯ มีผลต่อความขัดแย้ง” นพ.ชลน่าน ระบุ

ถกสนั่น! “ทักษิณ” โพสต์ปม ม.112 ชี้มีปัญหาเพราะใช้อำนาจผิด ทำโซเชียลวิจารณ์เพียบ

โลกออนไลน์ถกกันสนั่น! หลังอดีตนายกฯ ทักษิณ โพสต์เฟซบุ๊กเกี่ยวกับประเด็นการแก้ไขประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 112 โดยมองว่าตัวกฎหมายไม่ได้เป็นปัญหา แต่ปัญหาเกิดจากการใช้อำนาจในทางที่ผิดของบุคคลที่นำมาสร้างความแตกแยกในสังคม

เมื่อคืนนี้ (3 พ.ย.) นายทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี โพสต์ข้อความผ่านเพจเฟซบุ๊ก Thaksin Shinawatra ในประเด็นเกี่ยวกับประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 112 โดยมีเนื้อหาดังนี้

“2-3 วันนี้ได้ฟังดราม่าเกี่ยวกับเรื่องมาตรา 112 จากทั้งฝ่ายเห็นด้วยและไม่เห็นด้วยในการที่จะแก้ไขหรือยกเลิก ผมขอแสดงความคิดเห็นในฐานะที่เคยเป็นนายกรัฐมนตรีมา และผ่านการปรึกษาในเรื่องมาตรา 112 มาหลายครั้ง

ผมขอเล่าเป็นประสบการณ์ มาตรา 112 มีมานานตั้งแต่สมัยจอมพลสฤษฎ์ น่าจะประมาณปี 2500 ตัวกฎหมายเองไม่เคยเป็นปัญหา แต่ปัญหาที่เกิดขึ้นทุกวันนี้ มันเกิดจากการปฏิบัติที่ไม่ถูกต้อง เพราะว่าบุคคลในกระบวนการยุติธรรมอาจจะเกิดจากความกลัวหรืออาจจะเกิดจากความอยากแสดงความจงรักภักดีโดยไม่ยึดหลักนิติธรรม แล้วเกิดการใช้อำนาจในทางที่ผิดหรือ Abuse of Power เพื่อหวังผล โดยเฉพาะอย่างยิ่งทางรัฐบาล เพื่อหวังผลทางการเมือง เลยทำให้เกิดความไม่พอใจ และยิ่งใช้มากก็ยิ่งเกิดความไม่พอใจมาก ซึ่งในสมัยก่อน สนง.ตำรวจแห่งชาติ จะมีคณะกรรมการพิจารณาเรื่องที่ร้องเรียนขึ้นมาว่าเป็นเรื่องของการจงใจที่จะละเมิดมาตรา 112 จริงหรือเปล่า และจำนวนคดีก็มีน้อย และทุกอย่างก็เป็นไปตามกระบวนการพิจารณาทางอาญา (Due Process of Law)

ฉะนั้นปัญหาก็น้อย แต่ช่วงนี้ปัญหาเยอะมาก ยิ่งใช้อีกฝ่ายหนึ่งก็มีความโกรธเคืองแล้วก็ไปโทษกันต่างๆ นานา ซึ่งผมเคยบอกแล้วว่า รัฐบาลน่าจะจับเข่าคุยกับกลุ่มเยาวชนที่เห็นต่างในทุกวันนี้ เราก็จะได้แนวทางที่อยู่ร่วมกันระหว่างคนในวัยที่ต่างกัน ถ้าจะเริ่มติดกระดุมใหม่ที่ติดผิดเม็ด ก็โดยการที่ปรับกระบวนการในการดำเนินคดีของ 112 เสียใหม่ ให้เหมือนในอดีตที่ทำอย่างเป็นระบบระเบียบ ไม่กลั่นแกล้ง ไม่หาเรื่อง แล้วก็ปล่อยผู้ถูกกล่าวหาให้ได้รับการประกันและใช้กระบวนการยุติธรรมทางอาญาและดำเนินการตามกระบวนการยุติธรรมทางอาญาไป และพูดคุยกับเด็กๆ จะได้เข้าใจตรงกัน เราจะอยู่ร่วมกันต้องมีกติกา กติกาอะไรที่มันยอมรับกันได้ทุกฝ่ายเป็นเรื่องสำคัญ

เพราะฉะนั้นก่อนที่จะบอกว่ายกเลิกมาตรา 112 เพราะอารมณ์โกรธ จากอารมณ์โกรธ หรือบางคนก็ต้องการจะยกเลิกโดยไม่มีเหตุผล หรือไม่ยกเลิกมาตรา 112 ไม่เอาเด็ดขาด ซึ่งแน่นอนมันมี Yes and No แต่ขณะเดียวกันนั้น การพูดคุยกันน่าจะดีกว่า และการจัดระเบียบให้เป็นระเบียบเสียจะดีกว่า วันนี้บ้านเมืองเหมือนกับอยู่ในภาวะที่ไม่มีการจัดการ ไม่มีการบริหาร บ้านเมืองเปรียบเสมือนอยู่ในภาวะไม่มีการบริหารการจัดการ คงเลือกใช้แต่ Law and Order ซึ่งมันเป็นการขัดหลักที่จะให้สังคมอยู่ร่วมกันอย่างสามัคคีไม่แตกแยก

ดังนั้นสรุป ผมขอแนะนำว่าก่อนจะมาบอกว่าจะแก้มาตรา 112 หรือไม่ ขอให้ไปเริ่มย้อนคิดว่า เมื่อตัวกฎหมายไม่เคยมีปัญหา แต่คนที่เป็นปัญหาคือคนที่อยู่ในกระบวนการยุติธรรมและคนที่นำประเด็นนี้มาสร้างความแตกแยกในสังคมต่างหาก ถ้ามีการจัดระเบียบให้ถูกต้องและมีการพูดคุยกับผู้เห็นต่างบ้าง ก็จะเป็นจุดเริ่มต้นทีดี และนำไปสู่การรักษากฎหมายที่เป็นธรรม และก็จะไม่มีใครเดือดร้อน แต่วันนี้ ขอย้ำอีกครั้งว่าประเทศขาดการบริหารการจัดการ เลือกที่จะใช้ Law and order เท่านั้น ขอให้ทั้ง 2 ฝ่ายหยุดดราม่า หายใจยาวๆ มาเริ่มต้นใหม่ตามที่ผมแนะนำเบื้องต้น เพื่อความรัก เพื่อการถวายความจงรักภักดีที่ถูกต้อง ถูกทาง ไม่ให้เจ้านายต้องถูกครหาโดยที่ไม่รู้”

ทั้งนี้ หลังจากโพสต์ดังกล่าวเผยแพร่ออกไปประมาณ 6 ชั่วโมง ปรากฏว่ามีผู้เข้ามากดถูกใจแล้วกว่า 2.2 หมื่นครั้ง แชร์ไปเกิน 6.2 พันครั้ง และมีผู้เข้ามาแสดงความคิดเห็นเกิน 4.6 พันข้อความ ซึ่งน่าสังเกตว่าในกลุ่มคนรุ่นใหม่ส่วนใหญ่จะเข้ามาแสดงความคิดเห็นในเชิงไม่เห็นด้วยกับแนวคิดดังกล่าวของอดีตนายกฯ ทักษิณ ไฮโล

ใส่ความเห็น

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น ช่องข้อมูลจำเป็นถูกทำเครื่องหมาย *