2 อดีตประธานาธิบดีแห่ง อุรุกวัย ผู้แตกต่างกันราวกับฟ้ากับเหว

อุรุกวัย หรือชื่อทางการว่า สาธารณรัฐบูรพาอุรุกวัย เป็นประเทศเล็กๆ มีเนื้อที่ประมาณ 176,215 ตารางกิโลเมตร ตั้งอยู่ทางตอนใต้ของทวีปอเมริกาใต้มีสัณฐานคล้ายกับลูกฟุตบอล มีอาณาเขตจรดประเทศบราซิลทางทิศเหนือ ส่วนทางทิศตะวันตกเฉียงใต้ จรดประเทศอาร์เจนตินา และจรดมหาสมุทรแอตแลนติกใต้ ทางทิศตะวันออกเฉียงใต้ มีประชากรประมาณ 3,518,552 โดยครึ่งหนึ่งของประชากรอาศัยอยู่ในเมืองหลวงและเป็นเมืองที่ใหญ่ที่สุดคือ กรุงมอนเตวิเดโอ

อุรุกวัยเป็นประเทศที่มีขนาดเล็กที่สุดเป็นอันดับที่ 2 ของทวีปอเมริกาใต้ แต่เป็นหนึ่งในประเทศที่มีระบบการเมืองและระบบเศรษฐกิจที่มีเสถียรภาพที่สุดของทวีปอเมริกาใต้ นอกจากนี้อุรุกวัยยังมีทีมฟุตบอลระดับแนวหน้าของโลกมาโดยตลอดจากการครองแชมป์ฟุตบอลโอลิมปิก 2 สมัยและแชมป์ฟุตบอลโลก 2 สมัย และอุรุกวัยยังส่งออกนักฟุตบอลชาวอุรุกวัยไปประจำทีมท็อปทั้งในทวีปอเมริกาและทวีปยุโรป

นอกจากนี้อุรุกวัยยังเป็นประเทศแรกของโลกที่เปิดเสรีในการปลูก จำหน่ายและบริโภคกัญชาเป็นประเทศแรกของโลกอีกด้วย

ตลอดเวลา 154 ปีหลังจากชาวอุรุกวัยได้ต่อสู้จนได้เอกราชจากสเปนเมื่อปี 2373 นั้น อุรุกวัยก็ตกอยู่ภายใต้การปกครองแบบเผด็จการในรูปแบบต่างๆ จากทั้งภายในและภายนอกประเทศ จนในที่สุดชาวอุรุกวัยพากันลุกฮือขึ้นต่อสู้กับเผด็จการทหารจนกระทั่งได้รัฐธรรมนูญประชาธิปไตยขี้นมาเมื่อปี 2527

ต่อมาชาวอุรุกวัยได้เลือกตั้งนายโฮเซ มูฮิกาวัย 81 ปีผู้ผ่านร้อนผ่านหนาวมามากเป็นประธานาธิบดีเมื่อปี 2553 ประวัติของนายโฮเซ มูฮิกานั้น เขาเกิดเมื่อปี 2478 ในครอบครัวยากจน กำพร้าพ่อแต่เด็ก มีความมุ่งมั่นที่จะเปลี่ยนสังคมให้ดีขึ้น สมัยเป็นหนุ่มหัวรุนแรง เข้าร่วมกับกลุ่มการเมืองเป็นกองโจรติดอาวุธเพื่อโค่นล้มอำนาจรัฐ เคยถูกยิงจนเกือบ เสียชีวิต ถูกจับ เคยแหกคุก เคยปล้นธนาคารเพื่อหาทุนต่อสู้ทางการเมือง

ในที่สุดนายมูฮิกาถูกจับกุมและติดคุกนานถึง 12 ปี เคยถูกขังเดี่ยวเป็นเวลานานในระยะแรกเขาพยายายามอ่านตำราพีชคณิตและแคลคูลัสเพื่อให้คิดในระหว่างถูกขังเดี่ยว ต่อจากนั้นก็ไม่มีอะไรให้อ่านนานถึง 7 ปี ไม่ได้พูดคุยกับใคร จนเกือบเสียสติ จนกระทั่งถูกปล่อยตัวในปี 2528 เมื่ออุรุกวัยได้เป็นประชาธิปไตย นายมูฮิกาก็เข้าสู่วงการเมืองโดยเป็นสมาชิกแนวร่วมพรรคฝ่ายซ้าย ได้รับเลือกตั้ง เป็นรัฐมนตรี เข้าชิงตำแหน่งประธานาธิบดี (ตำแหน่งประธานาธิบดีของอุรุกวัยนั้นเป็นได้ครั้งละสมัยเดียวจะสมัครติดต่อกันไม่ได้) และชนะการเลือกตั้งได้เป็นประธานาธิบดีในปี 2553 ด้วยเสียงมากกว่าครึ่งประเทศ

ประเทศอุรุกวัยในสมัยที่นาบมูฮิกาเป็นประธานาธิบดีประสบความสำเร็จมากทั้งด้านเศรษฐกิจและสังคมโดยเขาเลือกผู้ที่มีความรู้ความสามารถเข้าร่วมทีมบริหาร

เขามีนโยบายการเงินการคลังเป็นแบบอนุรักษนิยม เน้นเรื่องวินัยการเงินการคลังและการรักษาเสถียรภาพเศรษฐกิจ เพื่อสร้างความมั่นใจให้กับนักลงทุนต่างชาติ สร้างแรงจูงใจให้ต่างประเทศเข้ามาลงทุนด้วยการพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานและยกระดับความรู้และทักษะของแรงงานในทุกระดับเพื่อรองรับการลงทุน เพื่อให้คนในประเทศได้ประโยชน์ มีงานทำและมีส่วนร่วมในการพัฒนาประเทศ

ใส่ความเห็น

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น ช่องข้อมูลจำเป็นถูกทำเครื่องหมาย *