Main Story

Editor's Picks

วูบไหวกันอีกพักใหญ่

จับตาก๊วนลูกเจี๊ยบ พรรคเล็กพรรคน้อย ค่ายจิ๊บๆ หลังมี “ไพบูลย์ โมเดล” ไพบูลย์ นิติตะวัน ไม่สิ้นสมาชิกภาพ ส.ส. หลังเลิกกิจการพรรคประชาชนปฏิรูป เข้าร่วมค่ายพลังประชารัฐ และได้เป็นรองหัวหน้าระดับ “ตัวทำเกม”

จะลอกลายเดินตามตำรับพิเศษกันหรือไม่

โดยเฉพาะกฎกติกาเลือกตั้งที่เปลี่ยนไป “บัตรสองใบ” ไม่เอื้อกับสภาฯเป็นพรรคลูกเจี๊ยบอย่างเคย

แม้ค่ายเล็กๆทั้งหลายยังจะประสานเสียง สู้ต่อสู้ว้อยในเวลานี้ก็ตาม แต่อีกหลายพรรคก็จดๆจ้องๆ รอหาบ้านใหม่เข้าเสียบกันอยู่เหมือนกัน

อย่างไรก็ดี ที่รีรอก็น่าจะเป็นเพราะยั้งเกมประเมินทิศทางลม ในสถานการณ์ของกฎกติกาเลือกตั้ง เหมือนจะนิ่งแต่ยังไม่นิ่ง “บัตรสองใบ” ตามร่างรัฐธรรมนูญใหม่ ฉบับแก้ไข ยังมีคนแอบลุ้นจะพลิกคว่ำพลิกหงาย หากนายกฯตัดสินใจยุบสภาเร็ววันนี้

ก่อนที่จะมีการบังคับใช้รัฐธรรมนูญใหม่อย่างเป็นทางการ

แล้วก็ยังลุ้นอีกขยัก ถึงมีการประกาศใช้รัฐธรรมนูญแล้ว แต่ต้องรอร่างกฎหมายประกอบรัฐธรรมนูญ ทั้งร่าง พ.ร.บ.เลือกตั้ง ร่าง พ.ร.บ.พรรคการเมือง หากเกิดกรณีฉุกเฉิน ยุบสภาก่อนมีกฎหมายรองที่คาดว่าจะเสร็จอย่างน้อยก็น่าจะครึ่งค่อนปี และถึงเวลานั้นหากปั่นป่วนก็ยังมีเวลา

เลยดึงจังหวะดูสถานการณ์ได้

เช่นเดียวกัน กับพรรคเกิดใหม่ ประกาศสู้ๆกันทุกค่าย ทั้งไทยสร้างไทย ที่ “เจ๊หน่อย” คุณหญิงสุดารัตน์ เกยุราพันธุ์ ประธานพรรค มั่นใจเต็มสูบ นอกจากแต้มเมืองกรุง สนามถนัด บรรดาขุนพล ผู้สมัครระดับเกรดได้ลุ้นก็ทยอยเข้ามาเติมทัพ เก็บเบี้ยใต้ถุนร้านอยู่ภาคอีสาน ให้เข้าเป้าค่าย “ตัวแปร”

แถมอาจอัปเกรด ถ้าทัพ 4 กุมารเคลียร์เรื่องที่นั่ง–ที่วางกระเป๋าลงตัว คลิกเมื่อไหร่ก็ได้ลุ้นใหญ่เช่นกัน

ขณะที่พรรคกล้าของ “กรณ์ จาติกวณิช” หัวหน้าพรรค เดินหน้าปั่นสเปกเก็บแต้มคนรุ่นใหม่ คนชั้นกลางไว้เป็นทุน ก่อนตัดสินใจอีกครั้ง

หรืออีกหลายพรรคที่ประกาศเดินหน้าต่อ ก็ขอแค่สอยได้สักแต้มจากระบบเขต หรือปาร์ตี้ลิสต์ตามกติกาใหม่ ตีกระแสให้ฟูจนได้เข้าสภาฯก็เข้าเป้า เพราะการเมืองยุคนี้ทุกแต้มมีคุณค่า และค่างวด

ในภาวะที่พรรคใหญ่ค่ายหลักกำลังปั่นชื่อปั่นหน้าตาขายของ ลวงกระแส–หลอนตัวเอง

กันแทบทั้งนั้น ทั้งพลังประชารัฐ–เพื่อไทย–ประชาธิปัตย์–ภูมิใจไทย สลับกันออกมาโชว์ชื่อบัญชีผู้นำรอบต่อไป

อวยเชียร์คนตัวเองจนผู้ชมชักเอียนเลี่ยน

นิ่งสุดก็ต้องยกให้ภูมิใจไทย แกนนำระดับจอยต์เวนเจอร์ หจก.หุ้นส่วนจำกัดยังไปทิศทางเดียวกัน

แน่นๆปึ้กๆเสบียงกรัง ตรึงกำลังอยู่แถมซุ่มกวาดต้อนบวกๆ

ส่วนประชาธิปัตย์ อาการกระเตื้องนิดก็กลับมาทรุดอีก “เลือดใหม่ไหลเข้า เลือกเก่าไหลกลับ” กะปริดกะปรอย แต่ตัวเต็งตัวโชว์ ประเภทเกรดเอบวก ในพื้นที่แดนใต้–สุดด้ามขวาน เริ่มมีสถานการณ์กระฉอก

ล่าสุดเหตุเกิดที่ จ.พัทลุง “นิพิฏฐ์ อินทรสมบัติ” อดีต ส.ส.หลายสมัยและ รมต. ชักหงุดหงิดคีย์แมนพรรค “ไม่ให้เกียรติ” เรื่องจัดตัวผู้สมัคร ไม่มีไถ่ถามเจ้าของเก้าอี้เดิม

เหตุรวบรัดจัดคน เกมเล่นพวกยังมีอีกหลายพื้นที่

หรือที่ปัตตานี “อันวา สาและ” ส.ส.ปัตตานี ผู้แทนฯหนึ่งเดียวใน 3 จังหวัดชายแดนใต้ ยึดหลักการเดินตามเส้นทางประชาธิปไตย ประเภท “ยืนหนึ่ง” ทวนกระแสศิโรราบอำนาจลุงๆ

แทนที่ต้นสังกัดจะมองเป็นตัวช่วย เพิ่มดุลต่อรอง แต่ดันจ้องเขี่ยทิ้ง

แต้มชัวร์เรตติ้งดีอยู่ไม่ได้ ในสถานการณ์เล่นพวก ทำค่ายอื่นจ้องกันตาเป็นมัน จ้องฉกมือดี

ดีล “อันวาร์” ไปคุมทัพสนามชายแดนใต้

เอาเป็นว่า การเมืองเรื่องป้อมค่ายเริ่มขยับคึกคัก เพราะอยู่ในห้วงที่ต้องลุ้นกันเป็นขยักๆกันไป แม้ไทม์ไลน์เลือกตั้งเป็นทางการ ต้องรอรัฐธรรมนูญฉบับแก้ไขประกาศใช้ และใช้เวลาร่างกฎหมายลูก

หนำซ้ำ “บิ๊กตู่” พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกฯและ รมว.กลาโหม ยืนยันในบทผู้นำประเทศกับภารกิจสำคัญจัดประชุมเอเปกไว้ยาวถึงปลายปีหน้า และขอเวลาอีก 5 ปี

แต่นักการเมืองจัดอยู่ในประเภทระแวดระวัง ไม่ประมาทเหตุฉุกเฉินที่อาจเกิดขึ้นได้ทุกเมื่อ โดยเฉพาะในภาพรวมบ้านเมืองที่ยังแกว่ง คลื่นลมแปรปรวนได้ตลอด

ยุทธจักรการเมืองก็วูบไหว อยู่นิ่งได้ยากไปตามๆกัน.